728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / ประวัติแม่น้ำเลย แม่น้ำเลยกับคนไทเลย

ประวัติแม่น้ำเลย แม่น้ำเลยกับคนไทเลย


แม่น้ำเลย
ประวัติแม่น้ำเลย แม่น้ำเลยกับคนไทเลย
ภัท ธิดา เขียนไว้ในหนังสือ แม่โขงโพสต์ ว่า “ผู้เฒ่าบางคนเคยบอกกับฉันว่า ถ้าได้ดื่มกินน้ำในแม่น้ำเลยแล้ว จะได้กลับมาเมืองเลยอีกครั้ง” ไม่มีผู้ใดสามารถตอบและยืนยันคำกล่าวนี้ได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่อย่างไร แต่ ภัท ธิดา ได้ยืนยันว่าหลังจากที่เขาได้ดื่มกินน้ำใน แม่น้ำเลย ในครั้งแรก ต่อมาไม่นานเขาก็ได้กลับไปเยือนแม่น้ำเลยหลายต่อหลายครั้ง

ใช่ว่าคำกล่าวเช่นนี้จะมีเฉพาะที่แม่น้ำเลย แม่น้ำหลายๆ สายล้วนมีคำกล่าวเช่นนี้คล้ายๆ กัน...

แม่น้ำเลย มีต้นกำเนิดจาก ภูก๊อกซาก ในเทือกดอยภูหลวง ตรงต้นน้ำชาวบ้านเรียกว่า เลยวังไสย-ใส เพราะน้ำใสสะอาดมาก แม่น้ำเลยลัดเลาะไปตามหุบห้วยของดอยภูหลวงประหนึ่งพญานาคในตำนานของคนอุษาคเนย์ที่เลื้อยผ่านเชิงเขา

จากหุบห้วย แม่น้ำเลยได้ไหลลงสู่ที่ราบในเขตอำเภอภูหลวง อำเภอวังสะพุง อำเภอเมืองเลย แล้วไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขงที่บ้านคกมาด อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ตรงจุดที่แม่น้ำเลยไหลบรรจบกับแม่น้ำโขง ชาวบ้านเรียกว่า ปากเลย รวมความยาวของแม่น้ำเลยทั้งสิ้น ๒๓๑ กิโลเมตร มีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๔,๐๑๐ ตารางกิโลเมตร มีลำน้ำสาขาคือ ลำน้ำสวย ลำน้ำหมาน และลำน้ำลาย หมู่บ้านที่อยู่ติดกับแม่น้ำเลยที่ได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเลยทั้งสิ้น ๗๔ หมู่บ้าน
แม่น้ำเลย

จากหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีในอำเภอเชียงคานเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๑๗ พบเครื่องมือหินกะเทาะทำมาจากหินกรวดแม่น้ำเป็นส่วนใหญ่ ชนิดของหินมีทั้งหินตะกอน หินอัคคีและหินแปร ลักษณะของเครื่องมือจะเป็นแบบเครื่องขุด เครื่องมือสับตัด และสะเก็ดหิน สามารถใช้กะเทาะได้ทั้งหน้าเดียวและสองหน้า

อาจกล่าวได้ว่า กลุ่มชนโบราณกลุ่มแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดเลย และบริเวณใกล้เคียงน่าจะเป็นชุมชนในสังคมล่าสัตว์หรือสังคมเกษตรกรรมที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์ และเก็บพืชพรรณไม้เป็นอาหาร หลักฐานเครื่องมือหินดังกล่าวมีอายุประมาณ ๙,๐๐๐ ปี
แม่น้ำเลย

นอกจากจะพบหลักฐานตามที่กล่าวมาแล้ว ในบริเวณแถบนี้ยังพบเครื่องมือหินขัด เช่น ขวานหินขัด ซึ่งพบกระจัดกระจายอยู่โดยทั่วไปในทุกภาคของประเทศ จากหลักฐานทางโบราณคดีทำให้เชื่อได้ว่า ชนกลุ่มนี้อยู่ในสังคมเกษตรกรรมที่เริ่มรู้จักการเพาะปลูก โดยพืชที่ปลูกที่สำคัญได้แก่ข้าว

จากหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีในครั้งนั้นยืนยันได้ว่า ผู้คนในแถบถิ่นนี้ได้พึ่งพาแม่น้ำสายนี้มาหลายชั่วอายุคน และถ้ามองให้ลึกลงไปกว่านั้นโดยการอิงเอาหลักฐานที่พบมาอธิบาย เราก็จะได้คำอธิบายที่ชัดเจนเพิ่มขึ้นมาอีก ว่า สังคมของผู้คนในยุคเริ่มแรกคือสังคมของการล่าสัตว์ และการเกษตร และเราก็ไม่อาจปฏิเสธต่อหลักฐานเหล่านั้นได้ว่า นอกจากจะล่าสัตว์ในป่าแล้ว การล่าสัตว์น้ำก็ย่อมเกิดขึ้น และการทำการเกษตรก็ย่อมพึ่งพาน้ำเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นการตั้งบ้านเรือนของผู้คนอันเป็นต้นธารของผู้คนไทเลยในปัจจุบันจึงตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้แม่น้ำ
แม่น้ำเลย

ตลอดการไหลจากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ผู้คนสองฝั่งน้ำได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำเลยแตกต่างกันออกไป ไม่ต่างการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง และแม่น้ำเหือง

หากลองเปรียบเทียบแม่น้ำสามสายที่ไหลผ่านอำเภอเชียงคานเป็นแม่ -แม่คนนี้คงเป็นแม่ที่มีความรัก ความเอื้ออาทร ความห่วงใยให้กับลูกๆ อยู่เสมอตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน- แต่ในความรักความเอื้ออาทรของแม่นั้น ลูกๆ ได้กระทำสิ่งใดตอบแทนแม่บ้าง บางทีเรื่องนี้คงยากที่จะตอบ เพราะวันนี้แม่น้ำทั้งสามสายได้ไหลไปสู่การเปลี่ยนแปลงอันไม่อาจหยุดยั้งได้

แม้ว่าแม่ทั้งสามสายจะผ่านความเจ็บปวดประการใดก็ตาม แม่ยังคงทำหน้าที่ให้ความรัก ความเอื้ออาทรต่อลูกของแม่เสมอมา แต่ลูกๆ ของแม่เล่า

วันนี้พวกเราได้ทำอะไรตอบแทนแม่ของเรากันบ้าง...

ที่มา : หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ
---Advertisement---