728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / พบต้นกำลังเสือโคร่งขนาด 10 คนโอบอายุกว่า 200 ปีกลางภูลมโล

พบต้นกำลังเสือโคร่งขนาด 10 คนโอบอายุกว่า 200 ปีกลางภูลมโล

พบต้นกำลังเสือโคร่งขนาด 10 คนโอบอายุกว่า 200 ปีกลางภูลมโล
     เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 20 ต.ค.55 นายสมพงษ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยนางสุดสายใจ อรุณโรจน์ปัญญา นายกกาชาดจังหวัดเลย นายบรรพต ยาฟอง นายอำเภอด่านซ้าย นายวิชิณต์ คำนิมิตว์ นายก.อบต.กกสะทอน เจ้าหน้าที่อุทยานภูทับเบิก จ.พิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ 

พร้อมด้วยสื่อมวลชน ได้เดินทางไปพิสูจน์ต้นพญาเสือโคร่ง (ตัวผู้) หรือต้นกำลังเสือโคร่ง วัดรอบเส้นผ่าศูนย์กลางร่วม 3 เมตร ขนาด 10 โอบ สูง 35-40 เมตร หลังมีผู้พบอยู่กลางป่าทึบยอดภูลมโล ระดับความสูง 1,850 เมตร (ทุ่งซากุระหรือนางพญาเสือโคร่ง นับแสนต้น แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติของอำเภอด่านซ้าย)

   ทั้งคณะต้องเดินทางจากบ้านตูบค้อ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย ขึ้นยอดภูลมโลระยะทาง17 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ช.ม. จากนั้นเดินทางจากยอดภูลมโล ไปทางภูทับเบิกระยะทาง 3 ก.ม. จากนั้นเดินเท้าเข้าป่าทึบที่อุดมสมบูรณ์ประมาณ500 เมตร พบต้นนางพญาเสือโคร่ง (ตัวผู้) หรือต้นกำลังเสือโคร่ง ตั้งตระหง่านอยู่กลางเข้าป่าทึบขนาดใหญ่มหึมาวัดรอบได้เกือบ 3 เมตร ใช้คนโอบถึง10 คน ความสูงระหว่าง 35-40 เมตร อายุกว่า 200 ปี เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เท่าที่เคยพบ

    นายสมพงษ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าฯ เลย กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งว่าต้นนางพญาเสือโคร่ง (ตัวผู้) หรือต้นกำลังเสือโคร่ง มีขนาดใหญ่เท่า 10 คนโอบ สูง 35-40 เมตร อยู่กลางยอดภูลมโล ซึ้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มีต้นซากุระ (นางพญาเสือโคร่ง) นับแสนต้น กว่า 3,000 ไร่ จึงได้นำคณะเดินทางมาสำรวจ ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่ามีขนาดใหญ่โตมาก ต้นเดียวบนยอดภูลมโล และอยู่ไม่ไกลทุ่งซากุระ คาดว่าน่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ และให้ทาง อบต.กกสะทอน ช่วยกันอนุรักษ์รักษา พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาดูมาสัมผัส ความใหญ่โต ที่หาดูไม่ได้จากที่อื่น

   จากการสอบถามนายสุวรรณ ภานุนำภา หัวหน้าอุทยานภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก  กล่าวว่าต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าต้นตัวผู้ ชื่อจริงๆ คือต้นกำลังเสือโคร่ง เป็นไม้ยืนต้น สูง 20-40 เมตร ปกติที่พบจะมีขนาดวัดรอบลำต้นประมาณ 1-2 เมตร เปลือกไม้ (ที่ยังไม่ลอก) มีสีน้ำตาลเทาหรือเกือบดำ มีรูระบายอากาศเป็นจัดขาวเล็กๆ กลม บ้างรีบางปะปนอยู่ เปลือกมีกลิ่นคล้ายการบูร เวลาแก่จะออกเป็นชั้นๆ คล้ายกระดาษ ที่ยอดอ่อน ก้านใบและช่อดอกมีขนสีเหลือง หรือ สีน้ำตาล ปกคลุม หูใบเป็นรูปสามเหลี่ยม หรือ แคบ ยาวประมาณ 3 - 8 มม. เป็นสายพันธ์เดียวกับต้นนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย)  เปลือกไม้มีกลิ่นหอมคล้ายการบูร ใช้ต้มกับน้ำเป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงกำลัง เจริญอาหารขับลมในลำไส้ บำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ เท่าที่ตรวจสอบยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครนำมาปลูกไว้ พบว่าต้นกำลังเสือโคร่ง ต้นนี้คาดว่าเป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเคยส่งเรื่องไปยังทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ช่วยตรวจสอบ แต่ยังไม่มีรายงานกลับมา

   จากการตรวจค้นหาพบว่าต้นกำลังเสือโคร่ง เป็นต้นไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานกล้าไม้มงคล ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นำไปปลูกเป็นสิริมงคล เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2537  และยังเป็นพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดน่าน คือ "กำลังเสือโคร่ง (ชื่อพื้นเมืองกำลังพญาเสือโคร่ง , กำลังเสือโคร่ง(เชียงใหม่)



ขอบคุณข่าวจาก   
---Advertisement---