728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / สาธารณสุขเลย เผยพบผู้ป่วยโรคคอตีบโผล่ แล้วกว่า 40 ราย

สาธารณสุขเลย เผยพบผู้ป่วยโรคคอตีบโผล่ แล้วกว่า 40 ราย

ธารณสุขเลย เผยพบผู้ป่วยโรคคอตีบโผล่ แล้วกว่า 40 ราย
นายวิวรรธน์  ก่อวิริยกมล  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย เปิดเผยว่า  ขณะนี้พบผู้ป่วยโรคคอตีบหลายรายในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ เลย เพชรบูรณ์ และหนองบัวลำภู จุดแรกพบที่อำเภอด่านซ้าย จำนวน 33 เสียชีวิต 2 ราย พบว่า 1 รายเป็นโรคประจำตัวด้วยและอีก 1 รายเป็นโรคตับอักเสบปนอยู่ด้วย จากการสอบสวนโรค 1 รายในจำนวนที่เสียชีวิตเป็นชาวเขาเผ่าม้ง บ้านตูบค้อ  ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย มีการติดต่อหลังจากเดินทางกลับประเทศเพื่อนบ้าน และเคลื่อนย้ายไปทำไร่นาเลื่อนลอยทำให้เชื้อแพร่กระจายไปยังตำบลต่างๆของ อ.ด่านซ้าย ต่อมาตรวจพบผู้ป่วยที่ 

อ.วังสะพุง จำนวน 13 ราย อ.ผาขาว 1 ราย และ อ. ภูหลวง 1 ราย สำหรับที่ อ.วังสะพุง พบเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2555  ผู้ป่วยเป็นนักเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เลย เป็นเด็กจากบ้านตูบค้อที่มาเรียนแบบกินนอนหรือประจำ แม่มาเยี่ยม 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เฝ้าระวังและให้วัคซีนป้องกันแล้ว พร้อมส่งข้อมูลไปยังครอบครัวของเด็กแต่ละคนด้วย และให้วัคซีนไปยังประชาชนทุกตำบลของอำเภอด่านซ้ายแล้วเช่นกัน  อย่างไรก็ตามจากการระดมทีมแพทย์ทั้งจากส่วนกลาง และของจังหวัดออกฉีดวัคซีนให้กับผู้ป่วยในระยะเวลา 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม แสดงให้เห็นได้ว่า สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย กล่าวว่า โรคคอตีบเป็นโรคระบาดที่ไม่พบในประเทศไทยมานานประมาณ 17 ปีแล้ว  การระบาดได้ทั่วไปในพื้นที่มีความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนต่ำ ซึ่งโรคนี้ทำให้มีอาการเจ็บป่วยด้วยอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีฝ้าขาวในลำคอด้วย ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เส้นประสาทอักเสบ อัมพาตของแขนขา และอาจทำให้เสียชีวิตได้ กลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็กอายุตั้งแต่ 1-12 ปี ที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค หรือได้รับวัคซีนไม่ครบ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ  โดยการติดต่อติดได้จากละอองฝอยของน้ำลายผู้ป่วยโดยสัมผัสใกล้ชิด ไอ จามรดกัน ดื่มน้ำร่วมแก้ว รับประทานอาหารโดยไม่ใช้ช้อนกลาง ใช้หลอดดูดน้ำร่วมกัน  สำหรับอาการที่พึงสงสัย ได้แก่ อาการไข้ เป็นได้ทั้งไข้สูง หรือไข้ต่ำๆ อาการไอ เจ็บคอ กลืนลำบาก หรือมีฝ้าขาวในลำคอด้วย  หากพบคนในครอบครัว หรือบุคคลใกล้ชิดมีอาการดังกล่าว ควรให้รีบพาไปพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยแยกโรคและรับยาปฏิบัติตามคำแนะนำ ของแพทย์อย่างเคร่งครัด แยกโรคโดยการงดไปในที่ชุมชน 2 สัปดาห์หลังจากหายป่วย และแยกของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำดื่ม รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นต้องใช้ช้อนกลางระมัดระวังการแพร่เชื้อโดยใช้หน้ากากอนามัย

ขอบคุณข่าวจาก   
---Advertisement---