728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / ยกฟ้อง บ.ทุ่งคำขอคุ้มครองชั่วคราวกรณีชาวบ้านก่อกำแพงปิดทางเข้าเหมือง

ยกฟ้อง บ.ทุ่งคำขอคุ้มครองชั่วคราวกรณีชาวบ้านก่อกำแพงปิดทางเข้าเหมือง


ยกฟ้อง บ.ทุ่งคำขอคุ้มครองชั่วคราวกรณีชาวบ้านก่อกำแพงปิดทางเข้าเหมือง
ศาลยกฟ้อง‘ทุ่งคำ’ขอคุ้มครองชั่วคราว กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดก่อกำแพงปิดทางเข้าเหมือง ทางกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดเตรียมขอคำปรึกษาจากสภาทนายความเพื่อจะยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เอาผิดต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องที่ไม่สนผลกระทบของชาวบ้านที่ได้รับจากการทำเหมืองทอง ซ้ำหน่วยงานราชการยังอำนวยความสะดวกนายทุนทุกทาง

       วันนี้ (22 ก.ย.) ที่หมู่บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด เปิดแถลงข่าวกรณีที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนประมาณ 20 คน สวมหมวกไอ้โม่งเข้ามาลงมือทุบกำแพงที่ชาวบ้านร่วมกันก่อขึ้นเพื่อปิดทางเข้าเหมืองทองของบริษัททุ่งคำจำกัด เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 20 ก.ย.56 ที่ผ่านมา
       
       การแถลงข่าวครั้งนี้ เพื่อแจ้งผลของการพิจารณาของศาลที่มีคำสั่งยกฟ้องข้อหาที่บริษัททุ่งคำ จำกัด ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากแกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดที่สร้างกำแพงกั้นทางเข้าออกเหมืองทอง และขอคุ้มครองชั่วคราวฯ
       
       ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556 บริษัททุ่งคำ จำกัด ได้มอบหมายให้ทนายความเข้ายื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดเลยความดำเนินคดีต่อแกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดจำนวน 14 คน ข้อหาละเมิด ใช้สิทธิเกินส่วน จากกรณีก่อกำแพงปิดกั้นเส้นทางเข้า-ออกเหมือง
       
       คำฟ้องยืนยันว่า เป็นที่ดินของทางบริษัทที่ซื้อมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อตัดถนนผ่านเข้าออก เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ถนนร่วมกับชุมชน การก่อกำแพงปิดถนนทำให้บริษัทได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจ
       
       จึงต้องเรียกค่าเสียหาย จำนวน 50 ล้านบาท และค่าเสียหายในอนาคตอีกวันละ 10 ล้านบาท นับจากวันที่ยื่นฟ้องร้อง โดยขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว และให้กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดรื้อถอนกำแพงออกไป
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2556 ศาลจังหวัดเลย ได้มีคำสั่งการพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ 859/2556 คดีความแพ่งระหว่างโจทก์ คือ บริษัทุ่งคำจำกัด กับจำเลยคือ นาสมัย ภักดิ์มี พร้อมพวกรวม 14 คน
       
       คำสั่งศาลระบุว่า พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์ไต่สวนมาแล้ว การขอคุ้มครองชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) จะต้องเป็นการห้ามไม่ให้กระทำซ้ำซึ่งการละเมิด หรือการผิดสัญญา หรือการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง หรือมีคำสั่งอื่นใดในอันที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายที่อาจได้รับต่อไป เนื่องจากการกระทำของจำเลย คำร้องของโจทก์อ้างว่า จำเลยทั้ง 13 คน ร่วมกันชุมนุม ใช้สิ่งกีดขวางปิดกั้นทางสาธารณะ
       
       รวมทั้งก่อสร้างกำแพงอิฐบล็อกลงบนทางส่วนบุคคลของโจทก์ ซึ่งโจทก์ได้ซื้อมาจากบุคคลภายนอก ตัดใช้เป็นทางเข้าออกบริษัทเพื่อหลีกเลี่ยงชุมชน ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้รถบรรทุกเข้าไปขนสินค้าได้นั้น ศาลเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเพียง 13 คน มิได้ฟ้องบุคคลอื่นที่มาชุมนุมปิดถนน หรือบริวารของจำเลยทั้ง 13 คนด้วย และไม่ปรากฏว่า พวกของจำเลยทั้ง 13 คนเป็นบริวารของจำเลยทั้ง 13 คน
       


       ดังนั้น แม้ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้โจทก์ คำสั่งศาลก็ไม่อาจบังคับพวกของจำเลยที่เหลือ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 ประกอบกับได้ความว่า จำเลยทั้ง 13 คน กับพวกได้เลิกการชุมนุมพร้อมกับรื้อถอนเต็นท์ที่ตั้งปิดเส้นทางสาธารณะออกก่อนยื่นคำร้องแล้ว
       
       ส่วนเส้นทางอื่นที่จำเลยทั้ง 13 คน กับพวกทำรั้วเหล็กกั้นก็สามารถเปิดทางให้เข้าออก และสัญจรไปมาได้ เพียงแต่ไม่สะดวกบ้างเท่านั้น กรณีนี้จึงยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าวมาใช้ และกรณีไม่มีเหตุฉุกเฉิน คำสั่งศาลระบุ
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวครั้งนี้ กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดได้อ่านแถลงการณ์ระบุว่า กำแพงที่ชาวบ้านช่วยกันก่อขึ้นถูกทุบทำลายลงนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องไม่เข้ามาดูแล หรือไยดีใดๆ ทั้งสิ้น เปิดเส้นทางให้บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ผ่านขึ้น หรือลงพื้นที่ทำการเหมืองตามปกติ เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเจ็บปวดให้แก่ราษฎร 6 หมู่บ้านเป็นอย่างยิ่ง กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดขอประณามเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ไร้จิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ โลภอยากได้เป็นของตน โง่เขลา สิ้นคิด
       
       จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบหากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวมาทำการลงโทษ อีกทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบกรณีพิพาทระหว่างบริษัท ทุ่งคำ จำกัด กับราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจาก 6 หมู่บ้าน ทำการสอบสวนเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน จะทำการปกป้องแผ่นดินแม่ และต่อสู้กับความอยุติธรรมทุกรูปแบบตามกรอบของกฎหมาย อย่างมีคุณธรรม และจริยธรรม แถลงการณ์ระบุ
       


       ทั้งนี้ ภายหลังที่ได้ทราบคำสั่งจากศาล เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2556 กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดได้เดินทางไปที่ สภ.วังสะพุง เพื่อลงบันทึกประจำวันกรณีที่ถูกชายฉกรรจ์เข้าทุบกำแพงว่า เป็นการทำลายทรัพย์สินของชุมชน
       
       นายสมัย ภักดิ์มี แกนนำกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด กล่าวว่า กำแพงที่ชาวบ้านร่วมกันก่อสร้างขึ้นตาม “ระเบียบชุมชน ว่าด้วยการใช้ถนนชุมชน และการควบคุมน้ำหนักบรรทุก” ใน 6 หมู่บ้านในตำบลเขาหลวง ผ่านการทำประชาคมหมู่บ้านเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2556 โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการห้ามรถบรรทุกเกิน 15 ตัน และการขนสารเคมีอันตรายในถนนชุมชน โดยยืนยันว่า แนวกำแพงอยู่ในเขตถนนของชุมชน ไม่ได้อยู่ในที่ดินของบริษัททุ่งคำแต่อย่างใด
       
       ทั้งนี้ กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดกำลังขอคำปรึกษาจากสภาทนายความว่าจะดำเนินการตอบโต้อย่างไร ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เอาผิดต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง



---Advertisement---