728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / , เที่ยวเลย ไปเชียงคาน…ให้หัวใจได้อินเลิฟ

เที่ยวเลย ไปเชียงคาน…ให้หัวใจได้อินเลิฟ


เที่ยวเลย ไปเชียงคาน…ให้หัวใจได้อินเลิฟ 
           เสียงลือเสียงเล่าอ้างคงไม่เท่าตาเห็น สาว Lisa เลยตัดสินใจไปดูให้เห็นแก่ตา สัมผัสให้รู้แก่ใจว่าทำไมใคร ๆ ถึงพูดถึง เมืองเล็ก ๆ ริมฝั่งโขง ที่ชื่อว่า "เชียงคาน" แห่งนี้ และใครที่อยากไปพิสูจน์และสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ที่เชียงคานก็พร้อมรอต้อนรับทุกคนอยู่ เก็บกระเป๋าแล้วตามไปเที่ยวเชียงคานกัน เชียงคานจะมีอะไรน่าสนใจนั้น เราไปดูกันเลยค่ะ
เชียงคาน…เป็นยังไง?              
           เชียงคาน อยู่ที่ จังหวัดเลย เมืองที่มีดีหลากหลายทั้งธรรมชาติงดงามและวัฒนธรรมโดดเด่น เชียงคานเป็น อำเภอเล็ก ๆ ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำโขงที่กันเขตแดนไทย-ลาว และในอดีตเชียงคานก็มีประวัติศาสตร์ที่สัมพันธ์อยู่กับเมืองลาว โดยเมืองเชียงคานเดิมชื่อปากเหืองตั้งอยู่ที่ฝั่งประเทศลาว ต่อมาได้มีการอพยพโยกย้ายของผู้คนมาอยู่บ้านท่านาจันทร์ในฝั่งไทย และกลายเป็นเมืองเชียงคานในปัจจุบัน บรรพบุรุษของชาวเชียงคานจึงเป็นคนลาวที่ทำให้เชียงคานมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมบางอย่างที่คล้ายคลึงกับทางฝั่งลาว เช่น การตักบาตรข้าวเหนียว ภาษาพื้นถิ่น และอาหารการกินบางอย่างตัวเมืองเชียงคานในยุคแรก ๆ จึงถือกำเนิดขึ้นตามแนวฝั่งโขง ก่อนที่จะขยายตัวออกไปเช่นในปัจจุบันค่ะ   

            แถมเราจะยังสามารถเห็นภาพของชุมชนเก่าแก่ของเชียงคานในยุคดั้งเดิมได้จากอาคารบ้านเรือน ที่เป็นอาคารไม้ปลูกเรียงรายอยู่ตามถนนศรีเชียงคานฝั่งล่าง หรือที่เรียกกันว่า "ถนนชายโขง" และภาพของอาคารไม้เก่าแก่ที่ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารแถว เพราะย่านนี้เคยเป็นย่านการค้าของเชียงคาน ซึ่งเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากขึ้นในปัจจุบัน ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนสะดุดกับเสน่ห์ของเชียงคานเป็นครั้งแรก ถึงแม้ในปัจจุบันนี้อาคารไม้สองข้างถนนชายโขงหลายแห่งจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะส่วนใหญ่ถูกดัดแปลงเป็นที่พักในลักษณะของเกสต์เฮาส์เล็ก ๆ ร้านค้า และร้านอาหาร หรือบางแห่งก็ถูกรื้อถอนและเปลี่ยนโฉมไปจากเดิมแต่สำหรับผู้คนที่โหยหาอดีต หรืออยากที่จะสัมผัสกับความแตกต่างของวิถีชีวิตอันหาไม่ได้ในเมืองหลวง





            เชียงคาน…ที่แม้จะเริ่มมีจริตจะก้านแปลกตาไปกว่าของดั้งเดิมบ้าง ก็ยังคงเรียกได้ว่ามีความ "น่ารัก" ที่เรียกร้องให้ผู้คนอยากเดินทางไปสัมผัสกันได้อยู่ แต่อย่ามัวแต่เดินชมบ้านเมือง ความเป็นเชียงคานไม่ได้อยู่แค่เสน่ห์ของบ้านเก่าที่เอาไว้เดินถ่ายรูป แต่เสน่ห์ของเชียงคานยังอยู่ที่ผู้คนที่ยินดีจะสังสันทน์เสวนาและบอกเล่าถึงความเป็นมาของเชียงคานให้ได้ฟัง หรือแม้แต่จะทักทายพูดคุยกันด้วยมิตรจิตมิตรใจ แบบที่อาจจะหาได้ยากในเมืองหลวง

ไปทำอะไร...ที่เชียงคาน ? 



ปั่นจักรยานชมเมือง
          เชียงคานเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ไม่กระจิริด หากใครนึกภาพของการปั่นจักรยานไปทั่วบ้านทั่วเมืองเชียงคาน นั่นก็อาจไกลจากความเป็นจริงไปสักหน่อย เพราะเชียงคานไม่ได้มีแค่ถนนชายโขงที่ขนาบไปด้วยอาคารไม้เก่าแก่ซึ่งใคร ๆ ก็อยากมาดู แต่ถนนศรีเชียงคานล่าง รวมทั้งเส้นทางเล็ก ๆ เลียบริมเขื่อนแม่น้ำโขงด้าน หลังของถนนศรีเชียงคานล่างเป็นเส้นทางที่ "มือใหม่" สามารถปั่นจักรยานเพื่อชมบ้านชมเมืองและชมแม่น้ำโขงได้อย่างสบายใจ



          แต่สำหรับ "มือเก่า" เชียงคานก็ไม่ใช่เมืองใหญ่เกินกว่าจะปั่นจักรยานไปได้รอบเมือง เพราะเมื่อข้ามมายังถนนศรีเชียงคานฝั่งบน ถึงแม้บ้านเรือนแถบบนนั้นจะไม่ใช่บ้านไม้เก่าแก่แบบถนนชายโขง แต่ทุกตรอกซอกซอยก็เป็นชุมชนชาวเชียงคาน ที่จะทำให้เราได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่เป็นอยู่จริง ๆ ของชาวเชียงคาน มากไปกว่าที่ถูกจัดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ดูกัน

          บนถนนชายโขงคุณสามารถปั่นจักรยานไปได้ถึงกระทั่ง "แก่งคุดคู้" ซึ่งเป็นแก่งหินที่สวยงามของเมืองไทย แต่จะเห็นความสวยงามได้ชัดเจนก็ในช่วงหน้าแล้งที่น้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลง จนบางช่วงชาวบ้านบอกว่าสามารถเดินข้ามไปยังฝั่งลาวได้เลยค่ะ

          ลองถามหาเอกสารที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดทำเอาไว้แจกจากเกสต์เฮาส์ที่คุณเข้าพัก แล้วยืมจักรยานจากที่พักของคุณปั่นไปตามเส้นทางนั้นได้เลย เนื่องจากการปั่นจักรยานถือเป็น "ไฮไลท์" สำคัญสำหรับคนกรุงที่ไม่มีทางจักรยานให้ขี่เล่นในเมือง เกสต์เฮาส์หรือโฮมสเตย์ทุกแห่งในย่านนี้ล้วนมีจักรยานเอาไว้ให้แขกผู้มาพัก "ขอยืม" แต่ถ้าไม่เพียงพอ ก็อาจต้องอาศัยเช่าจักรยานจากร้านเช่าจักรยานที่หาได้บนถนนชายโขงเช่นกันจะ ปั่นเอาจริงเอาจัง หรือจะปั่นแค่พอสนุกที่ไม่มีโอกาสได้ปั่นจักรยานในเมือง ก็ขอให้ได้ปั่นจักรยานที่เชียงคานสักหน่อยนะ ไม่งั้นจะถือว่าไม่ถึงเชียงคานเอานะคะ



ตักบาตรข้าวเหนียว             
              อย่างที่บอกไปแล้วว่าชาวเชียงคานได้รับอิทธิพลมาจากบรรพบุรุษที่อพยพมาจากฝั่งลาว วิถีชีวิตและวัฒนธรรมหลายอย่างของเชียงคานจึงคล้ายคลึงกับฝั่งลาว และที่ถือเป็นอีกหนึ่ง "ไฮไลท์" ที่หาไม่ได้แน่นอนในเมืองกรุงหรือเมืองไหน ๆ ก็คือการ "ตักบาตรข้าวเหนียว" แบบเดียวกับที่หลวงพระบาง โดยชาวบ้านจะใส่แต่เพียงข้าวเหนียวลงในบาตรของพระที่เดินบิณฑบาตรในยามเช้า ส่วนอาหารคาวหวานนั้นจะนำไปถวายต่างหากที่วัด



ไหว้พระ 9 วัด
              เชียงคานก็เหมือนแทบทุกเมืองในชนบทของเมืองไทยที่เต็มไปด้วยวัด และด้วยความที่เชียงคานเป็นเมืองขนาดกะทัดรัด ทำบุญไหว้พระ 9 วันภายในหนึ่งวัน ซึ่งคนไทยถือว่าเป็นสิริมงคลอันใหญ่หลวง จึงสามารถทำได้ง่ายมากในเชียงคาน วัดทั้งหมดที่แนะนำสำหรับการไหว้พระ 9 วัน ได้แก่...



             1. วัดศรีคุณเมือง ตั้งอยู่ที่ซอย 6 วัดนี้ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม และมีพระพุทธรูปประธานที่เก่าแก่เป็นที่นับถือของชาวอำเภอเชียงคานเป็นอย่าง มาก

            2. วัดโพนชัย ตั้งอยู่ระหว่างซอย 2-3 พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านช้างผสมรัตนโกสินทร์

            3. วัดมัชฌิมาราม (วัดป่ากลาง) พระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ภายในบริเวณวัดมีอาคารส้วมโบราณ ซึ่งชาวบ้านอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี

            4. วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ซอย 14 เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของเมืองเชียงคาน มีพระอุโบสถไม้เก่าแก่รูปแบบล้านช้าง ภายใน ประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ บริเวณหน้าจั่วมีภาพเขียนบอกเล่าเรื่องราวประวัติเมืองเชียงคาน และมีเจดีย์ก่ออิฐที่เชื่อกันว่าสร้างทับ รูพญานาคงดงามจิตรกรรมฝาผนังวัดศรีคุณเมือง ศูนย์รวมใจของชาวเชียงคาน วัดป่าใต้ สีสันร้านค้ามากมายให้ช้อป ภายในอุโบสถวัดศรีคุณเมือง




            5. วัดท่าคก เป็นวัดเก่าแก่กว่า 200 ปี ด้านหน้าอุโบสถและขอบหน้าต่างมีศิลปะและลวดลายแบบฝรั่งเศส ซึ่งคาดว่าได้รับอิทธิพลมาจากสมัยที่ฝรั่งเศสยึดครองดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง เป็นเมืองขึ้น

            6. วัดป่าใต้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2415 เดิมเป็นวัดป่าธุดงค์สำหรับพระมาจำพรรษา พระอุโบสถเก่าแก่ประดับภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นพุทธประวัติฝีมือช่างชาว เชียงคาน

            7. วัดภูช้างน้อย เป็นวัดป่าซึ่งมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่บนยอดเขามองเห็นเด่นเป็นสง่า และเป็นจุดชมทัศนียภาพที่ดีจุดหนึ่งของเมืองเชียงคานและยังมีทางจักรยานให้ ปั่นออกแรงขึ้นไปถึงยอดภูอีกด้วย

            8. วัดสันติวนาราม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2482 ภายในวัดมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และบริเวณรอบอุโบสถมีพระพุทธรูปสีทองอร่ามประดิษฐานเรียงรายนับร้อยองค์

            9. วัดศรีพนมมาศ ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2497 เป็นอีกวัดหนึ่งที่มีภาพพุทธประวัติที่งดงามฝีมือช่างชาวเชียงคาน นอกจากนี้ ยังมี "วัดท่าแขก" วัดเก่าแก่ซึ่ง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงทางไปแก่งคุดคู้ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนอย่างมาก และ "วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน" ที่บ้านผาแบ่นซึ่งอยู่ไกลออกไปอีกหน่อย เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเก่าแก่ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปีพ.ศ. 2478 รอยพระพุทธบาทภูควายเงินเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านในแถบนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งคุณอาจเลือกเป็นหนึ่งใน 9 วัด ของคุณก็ได้ตามแต่ศรัทธา


ชมธรรมชาติ
          ชมอาคารบ้านไม้เก่าแก่ในตัวเมืองเชียงคานกันแล้ว ก็อย่าลืมหาเวลาแวะไปชมธรรมชาติของเชียงคานกันด้วย ที่ใกล้ที่สุดก็คือ "แก่งคุดคู้" ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นแก่งหินขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขงกว้างใหญ่เกือบจรดสองฝั่งแม่น้ำโขง เวลาที่เหมาะจะมาชมแก่งคุดคู้ที่สุด คือ เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้ง มองเห็นเกาะแก่งต่าง ๆ ชัดเจน

          แต่ในยามน้ำเปี่ยมฝั่ง บรรยากาศริมฝั่งโขงก็น่ามานั่งเล่นเดินเล่น แวะรับประทานอาหาร หรือช้อปปิ้งของฝากที่ร้านค้าซึ่งมีอยู่มากมายในบริเวณนี้ โดยเฉพาะ "มะพร้าวแก้ว" อันเป็นของฝากขึ้นชื่อของเมืองเชียงคาน ก็มีแหล่งผลิตอยู่ใกล้กับแก่งคุดคู้นี่เอง ไกลออกไปอีกหน่อย ก็คือ "ภูทอก" ซึ่งเป็นทั้งจุดชมทัศนียภาพเมืองเชียงคานและแม่น้ำโขง รวมถึงเป็นจุดชมทะเลหมอกในยามหน้าหนาว (ใช้ทางหลวงหมายเลข 211 ไปอ.ปากชม ผ่านแยกแก่งคุดคู้ไม่ไกลจะมีแยกทางขวามือ สังเกตป้าย สถานีทวนสัญญาณ 483 ระยะทางเข้าไปประมาณ 5 กม.) และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างงดงามอีกด้วย

 การเดินทางไปเชียงคาน
            -รถยนต์ส่วนตัว สามารถเลือกเดินทางได้ 3 เส้นทางคือ เส้นทางที่ 1 กรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์-เขาค้อ-หล่มสัก-อ.ด่านซ้าย-ภูเรือ-เลย (ประมาณ 550 กม.) เส้นทางที่ 2 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-ชัยภูมิ-อ.ชุมแพ-ผานกเค้า-ภูกระดึง-อ.วังสะพุง-เลย (ประมาณ 590 กม.) และเส้นทางที่ 3 กรุงเทพฯ-ขอนแก่น-อ.ชุมแพ-ผานกเค้า-ภูกระดึง-อ.วังสะพุง-เลย (ประมาณ 660 กม.) เชียงคานอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองประมาณ 50 กม.

            -รถโดยสารประจำทาง กรุงเทพฯ-เชียงคาน ออกเดินทางทุกวันประมาณ 19.00 น. ใช้เวลาเดินทางราว 10 ชม. สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ โทร. 0-2936-2841-8, 0-2936-2852-66

            -เครื่องบิน สายการบินนกแอร์มีเที่ยวบินตรงไปยังจ.เลยทุกวัน จากดอนเมือง 11.45 น. ถึงสนามบินเลย 13.00 น. เที่ยวกลับจากเลย 13.30 น. ถึงสนามบินดอนเมือง 14.45 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ Call Center 1318

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
---Advertisement---