728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / , , ชาวม้งสามจังหวัด กว่าพันคนร้องขอที่ทำกิน

ชาวม้งสามจังหวัด กว่าพันคนร้องขอที่ทำกิน


ชาวม้งสามจังหวัด กว่าพันคนร้องขอที่ทำกิน
   เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลย.4 ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ได้มีชาวม้งบ้านตูบค้อ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ขับรถยนต์กระบะร่วม 200 คน กว่า 1,000 คน มารวมตัวขอที่ทำกินและขอคำชี้แจงจาก ร.ต.ต.พงสกร มีพันธุ์ จนท.สอบสวนอาวุโส สำนักตรวจสอบจริยาธรรมและกิจการพิเศษ (สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน) และนายสุวรรณชัย ชาญวารินทร์ จนท.ช่างสำรวจชำนาญงาน สำนักงานจัดการทรัพยากร จ.อุดร เขต 6 นายบัญฑิต วงศ์อรินทร์ หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลย.4 ต.โคกงาม โดยมีนายปัญญา แซ่เถ้า ผู้ประสานงานของกลุ่มชาวเขาเผ่าม้ง โดยมีชาวม้งบ้านภูทับเบิก จ.พิษณุโลก และบ้านภูหินร่องกล้า จ.เพชรบูรณ์ ร่วมสมทบด้วย พร้อมทั้งเตรียมเครื่องครัว ที่นอน มาปักหลัก ถ้าไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่    

   


นายปัญญา แซ่เถ้า ประสานงานของกลุ่มชาวเขาเผ่าม้ง กล่าวว่า ขณะนี้ชาวม้งจำนวนกว่า 1,000 คน เดือดร้อนที่ทำกิน และต้องการกลับไปทำกินพื้นที่เดิมคือภูขี้เถ้า ม.6 ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย ซึ้งในอดีตพ่อแม่ของตนได้ทำกินมาตลอด ในปี พ.ศ.2525 ซึ้งมีพื้นที่ทำกินกว่า 6,000 ไร่ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตรอยต่อของ 3 จังหวัด ที่ ประกอบด้วย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย      จากการที่ชาวบ้านเรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหาให้ ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน จึงได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานตรวจการแผ่นดิน จนได้ส่งเจ้าหน้าที่มาหารือหาทางออกกับชาวบ้าน  โดยภูขี้เถ้า ซึ้งอดีตเป็นพื้นที่สีแดง (คอมมิวนิวส์) เมื่อ ปี พ.ศ.2525 ทางกองทัพบก ภาค 3 ได้ให้ชาวบ้านภูขี้เถ้า ออกจากพื้นที่ดังกล่าว โดยจัดสรรให้พื้นที่ทำกินใหม่ที่บ้านตูบค้อในปัจจุบันจำนวนกว่า 3,000 ไร่ และทางอุทยานแห่งชาติได้นำพื้นที่ภูขี้เถ้า เป็นเขตพื้นที่อุทยานภูหินร่องกล้า  



ซึ้งปัจจุบันเรียกว่าภูลมโล แต่ด้วยประชากรชาวม้ง บ้านตูบค้อ มากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีที่ทำกิน จึงได้ขอขยายพื้นที่ทำกินเพิ่มขึ้นที่ภูขี้เถ้า ส่งผลให้ชาวบ้านถูกจับกุมว่าบุกรุกเขตอุทยานฯมาโดยตลอด ทำให้ได้รับความเดือดร้อน โดยทาง จนท.อ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวได้ประกาศขึ้นเป็นเขตอุทยานแห่งชาติไปแล้ว อยู่ในเขตรับผิดชอบของอุทยานภูหินร่องกล้า จ.เพชรบูรณ์  จนมาวันนี้ได้มีการหารือกับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องพร้อมไปเดินสำรวจพื้นที่ดังกล่าว ว่าชาวบ้านเข้าไปทำกินได้หรือไม่ หรือว่ามีพื้นที่อื่นที่ชาวบ้านเข้าไปทำกินได้ ถ้าสำรวจแล้วไม่มีพื้นที่ทำกินให้ชาวบ้าน ชาวบ้านม้งจะรวมตัวประท้วงนอนค้างคืนกันที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลย.4 ต.โคกงาม จนกว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจน



   ร.ต.ต.พงสกร มีพันธุ์ จนท.สอบสวนอาวุโส สำนักตรวจสอบจริยาธรรมและกิจการพิเศษ (สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน) กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้ได้รับหมอบหมายจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้มาตรวจสอบและหารือกับชาวบ้านม้ง โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ้งมีการอ้างอิงถึงแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปลือย ป่าภูขี้เถ้า ป่าภูเรือ ป่าภูอังราง และป่าภูหนามแท่ง ซึ้งอยู่ในเขตรับผิดชอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 จ.อุดรธานี ให้ชี้แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ภูขี้เถ้าบริเวณท้องที่หมู่บ้านป่ายาบ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย เพื่อหาข้อสรุปข้อเท็จจริงและปัญหาในพื้นที่ ว่าอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตป่าสงวนหรือไม่ และรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาทราบ

    ส่วนในวันนี้เท่าที่รับฟังปัญหาของชาวบ้าน ที่มาจากจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย มาร้องที่ทำกิน ได้มีการสอบถามไปยังป่าไม้แล้ว พื้นที่พิพาทที่มีปัญหารอยู่นั้น ปรากฏว่าชาวบ้านยังทำกินเป็นปกติ ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมแต่อย่างไร หรือสั่งรื้อถอนบ้าน ตามที่ชาวบ้านร้องเรียนไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่เป็นความจริง ประเด็นต่อเนื่องมาจากบ้านป่ายาบมาภูลมโล ชาวบ้านอ้างว่าเคยอยู่มาก่อนตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 และทางทหารขับไล่ให้มาอยู่พื้นที่ใหม่คือบ้านตูบค้อ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย แต่ชาวบ้านต้องการที่จะเข้ามาทำกินพื้นที่เดิมคือป่ายาบและภูขี้เถ้า 

โดยชาวบ้านอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวทำกินและถูกหักร้างพื้นดินมาก่อนแล้ว มีชาวบ้านกลุ่มอื่นเข้าจับจอง สำควรให้พวกชาวบ้านม้งตูบค้อกลับมาทำกินพื้นที่เดิมได้แล้ว และพื้นที่ใหม่ในปัจจุบันเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มีปัญหาการถูกจับกุม ในส่วนของป่าไม้และอุทยานแห่งชาติ ได้ข้อสรุปมามากแล้วและแนวเขตเพราะเป็นพื้นที่ที่ชัดเจน ซึ้งสามารถดูได้จากการจับจีพีเอสหรือแผนที่ ในส่วนของทหารยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะในวันนี้ไม่ได้เชิญทาง จนท.ทหารมาร่วมหารือด้วย และอีกประเด็นคือความมั่นคง ในส่วนของ กอ.รมน. จะมีทหารมาเก็บเรื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 สมัย ผกค.แตก ได้สั่งย้ายและอพยพชาวบ้านมาอยู่ที่ใหม่ในปัจจุบัน ส่วนทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ประสานไปยังกรมป่าไม้และอุทยานแห่งชาติและจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ขาดเพียงหน่วยงานเดียวคือ กอ.รมน.ทางฝั่งทหาร 

ขณะเดียวกันจะได้ประสานและขอข้อมูลจากฝ่ายทหารว่า พื้นที่พิพาทดังกล่าวทหารใช้พื้นที่หรือไม่ และประเด็นที่ชาวบ้านอ้างว่าพื้นที่ที่ถูกขับไล่ มีชาวบ้านเข้าไปจับจองหรือทำกินจริงหรือไม่ จากนั้นก็จะมาหารือกันอีกครั้ง



---Advertisement---