728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / , , พบช้างป่าภูหลวง นอนตายในไร่ของชาวบ้าน อ.ภูหลวง

พบช้างป่าภูหลวง นอนตายในไร่ของชาวบ้าน อ.ภูหลวง


พบช้างป่าภูหลวง นอนตายในไร่ของชาวบ้าน อ.ภูหลวง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 นายชัยนรงค์ ดูดดื่ม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูหลวง จนท.ฝ่ายปกครองอำเภอภูหลวง สัตว์แพทย์อำเภอภูหลวง กองพิสูจย์หลักฐานกองบังคับการตำรวจ จ.เลย พร้อม จนท.หน่วยพิทักษ์ป่าขุนเลย ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพิสูจน์ศพช้างป่าที่เสียชีวิต ที่บริเวณห้วยโป่งจิต บริเวณตีนภูหลวงห่างจากหมู่บ้านโนนพัฒนา ต.เลยวังใสย์ อ.ภูหลวง ประมาณ 10 ก.ม. เป็นช้างเพศเมีย ตายอยู่ในไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน ใกล้กับหน้าผาตีนภูหลวง

 นายชัยนรงค์ ดูดดื่ม หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากล่าวว่า เมื่อเย็นวานนี้ได้รับแจ้งจาก จนท.หน่วยพิทักษ์ป่าขุนเลย พบช้างป่าเสียชีวิตที่ห้วยโป่งจิต จึงได้นำเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้ามาชันสูตรพลิกศพช้าง ช้างป่าที่ตายเป็นเพศเมีย อายุ ประมาณ 20-25 ปี ตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 วัน สภาพศพเริ่มบวมและมีกลิ่น




   จากการตามร่างกายยังไม่พบว่าสาเหตุการตายเกิดจากสาเหตุใด ในเบื้องต้นสันนิฐานว่า อาจเกิดจากถูกวางยา เกิดจากอุบัติเหตุตกจากเขา โดยให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเลย มาตรวจพิสูจน์ และทางเจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์ได้ตัดเอาเนื้อไปตรวจพิสูจน์ว่าเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร  บริเวณดังกล่าวเป็นที่หากินของช้างป่า อาจเลยออกมานอกเขตป่า ซึ้งช้างป่าที่เสียชีวิตในปีนี้ในช่วง 3 เดือนเสียชีวิตไปจำนวน 3 เชือกแล้ว


ภาพจาก อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย

ข่าวจาก เดลินิวส์
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 29 พ.ย. ร.ต.ท.นพพร อันทระ ร้อยเวร สภ.ภูหลวง จ.เลย ได้รับแจ้งจาก นายชัยณรงค์ ดูดดื่ม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ว่าพบช้างป่าตาย 1 ตัว ที่บริเวณห้วยโป่งจิก ห่างจากหมู่บ้านโนนพัฒนา หมู่ 7 ต.เลยวังใสย์ อ.ภูหลวง จ.เลย ราว 10 ก.ม. ใกล้หน่วยพิพักษ์ขุนเลย ในเขตรักษาพันธุ์รักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จึงไปที่เกิดหตุ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานพิทักษ์ป่า นายจิรชัย อาคะจักษ์ นักวิชาการป่าไม้ ศูนย์วิจัยสัตว์ป่าภูหลวง นายวัชระ ธรรมสอน หัวหน้าโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง และ น.สพ.วันเสน่ห์ โตอนันต์ นายสัตวแพทย์ปฏิการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) พบช้างป่าเพศเมีย อายุ 25-30 ปี น้ำหนัก 3.5 ตัน นอนตายตะแคงข้างซ้าย ลำตัวนอนขวางลำธาร งวงพาดอยู่บนโนนดินริมลำธาร ข้างไร่มันสำปะหลังของชาวบ้าน สันนิษฐานตายมาแล้ว 10 วัน สภาพศพเน่าส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ มีแมลงวันตอม เจ้าหน้าที่ต้องจุดธูปเพื่อกลบกลิ่น ตรวจสอบสภาพทั่วตัวไม่พบอวัยวะส่วนใดสูญหาย รอบศพช้าง พบรอยเท้าช้างยังใหม่อยู่ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่หลายตัว เจ้าหน้าที่บอกว่า มีเพื่อนช้างในโคลง มาคอยดูทุกคืน



นายชัยณรงค์ เปิดเผยว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ผ่อนผันทำกินของเกษตรกร ตามมติของคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 มิถุนายน 2541 เนื้อที่ 1 แสนไร่ ชาวบ้านจะปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลัง ช่วงนี้ชาวบ้านกำลังเข้ามาเก็บเกี่ยว โดยช้างป่ามักลงมากินพืชผลทางการเกษตรบ่อยครั้ง ทางเขตฯได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และช่วยกันป้องกันไม่ไห้ช้างมาทำลายพืชผล สำหรับการตายของช้างป่าตัวนี้ ยังไม่ทราบว่าตายด้วยอาวุธหรือการวางยาพิษ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการชันสูตรศพ แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สรุปไว้ 3 ประเด็น คือ 1.เกิดจากการอาฆาตแค้นที่ชาวบ้านถุกทำร้ายจนเสียชีวิตเมื่อ 5 เดือนก่อน 2.ช้างเข้ามากินมันสำปะหลังที่กำลังเก็บเกี่ยว 3.เกิดจาการที่ชาวบ้านบางส่วนที่ไม่ได้รับเงินชดเชยจากทางราชการ กรณีทางการชดเชยค่าเสียหายจากช้างทำลายพิชผลทางการเกษตร ไม่มีหลักฐานรับรองที่ทำกิน วางยาพิษช้าง เพื่อแก้แค้นจากทางการ


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะเข้ามาตรวจซากช้างอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ย.นี้ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเลย เมื่อทราบผลเป็นที่แน่ชัด จะร่วมกันทำลายซากช้างด้วยการเผา เนื่องจากลำห้วยโปงจิก สายนี้จะไหลลงแม่น้ำเลยที่อยู่ห่างไปเพียง 100 เมตร เกรงว่าอาจเกิดการแพร่เชื้อโรคสู่สาธารณะ

---Advertisement---