728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / , หนาวนี้...ที่เมืองเลย คริสต์มาสงาม ภูเรือ

หนาวนี้...ที่เมืองเลย คริสต์มาสงาม ภูเรือ


หนาวนี้...ที่เมืองเลย คริสต์มาสงาม ภูเรือ
หนาวนี้หลายคนคงเล็งไปสัมผัสความเย็นในจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ด้านบนของแผนที่ประเทศไทย  จังหวัดเลย ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งในใจของใครหลายคน   ด้วยความสวยงามจนได้รับการกล่าวถึง ในเรื่องความหนาวเย็น เมืองแห่งวัฒนธรรม แห่งการพักผ่อน เป็นพื้นที่ทางการเกษตร มีพรรณดอกไม้เมืองหนาวมากมาย ธรรมชาติสวยงาม ดังคำขวัญ “เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม”  

     เพื่อความคึกคักในช่วงปลายปีนี้ จังหวัดเลยและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย   จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวฤดูหนาว "หนาวนี้...ที่เมืองเลย" ในงานเทศกาลต้นคริสต์มาสภูเรือ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 24 พ.ย.-31 ม.ค.57 นี้ 

      นางสาวยุพา ปานรอด ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเลย กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความสวยงามของลานคริสต์มาสภูเรือนับแสนต้น และกังหันยักษ์   บนเนื้อที่มากกว่า 5 ไร่ อยู่ในบริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอภูเรือ (ริมทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูเรือ) พร้อมเก็บภาพเป็นที่ระลึกในมุมต่างๆ เหมาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มเพื่อน และครอบครัว

     ทั้งนี้ ในช่วงพิธีเปิด วันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย.2556 จะมีกิจกรรมการแสดง "คีตา บุปผา ภูเรือ" ของวงออเคสตร้าและโปงลาง บรรเลงบทเพลงผสมผสานระหว่างความเป็นสมัยใหม่และพื้นเมืองผสมผสานกับการสร้างสรรค์สินค้าที่มีอยู่ในพื้นที่ 

    ในช่วงเวลาค่ำคืนได้มีการจัดโคมไฟประดับสวนสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักอยู่บริเวณใกล้เคียงได้เก็บบันทึกความทรงจำกับรูปถ่ายอีกมุมหนึ่ง และก่อนกลับก็ยังสามารถซื้อต้นคริสต์มาส ในราคาถูก โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง   
    “ในแต่ละปีมีการปลูกต้นคริสต์มาสและจำหน่ายไปยังภาคต่างๆ มากที่สุดในประเทศไทย และยังขายให้ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย เวียดนาม ปีละประมาณ 2.5 ล้านต้น และสร้างรายได้จากการขายต้นคริสต์มาสปีหนึ่งๆ ไม่น้อยกว่า 100-200 ล้านบาท โดยปีนี้ คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เพิ่มจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 30 มีจำนวนไม่น้อยกว่า 1,800,000 คน และจะมีรายได้เข้ามาไม่น้อยกว่า 2,640 ล้านบาทในตลอดทั้งปี สร้างรายได้ให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี”  

    นางสาวยุพากล่าวต่อว่า หลังจากมาที่นี่แล้ว ยังสามารถนั่งรถไปเยือนบ้านไม้เรือนเก่ากว่า 100 ปีของ เมืองเชียงคาน จะได้สัมผัสชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาได้ยาวนาน บรรยากาศเงียบสงบ อากาศดี และยังคงความเป็นเอกลักษณ์ แต่ผสมผสานกับความเป็นสมัยใหม่ที่ไม่มากจนเกินไปได้อย่างลงตัว 
    "ผู้คนที่เชียงคานก็เป็นมิตร อัธยาศัยดี และการไปเที่ยวก็ไม่แพงจนเกินกำลัง แต่เนื่องจากขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น อาจส่งผลให้เชียงคานเปลี่ยนแปลงไป หากทุกคนไม่ช่วยรักษาเอกลักษณ์ การดำรงวิถีชีวิตในแบบของเชียงคาน" 

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเลย กล่าวต่อว่า คนที่นี่จะใช้จักรยานเป็นยานพาหนะยอดฮิต เราสามารถเห็นจักรยานรุ่นเก่าจอดเรียงอยู่หน้าบ้านแถวเชียงคานอยู่ทั่วไป ชาวบ้านจะอยู่บ้านเรือนทรงไทยโบราณ หากใครมีฐานะก็จะมีระเบียงหน้าบ้าน คนงบน้อยหน่อยจะมีแค่หน้าต่างเท่านั้น สำหรับอาหารการกินส่วนใหญ่เป็นจำพวกปลาต่างๆ จากแหล่งน้ำโขงนั่นเอง โดยมีร้านอาหารลักษณะนี้ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสจำนวนมาก

    “จ.เลย ได้จับมือกับประชาคมในพื้นที่ อาทิ จังหวัดเลย เทศบาลอำเภอเชียงคาน และผู้ประกอบการต่างๆ ในพื้นที่ โดยรณรงค์ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมพร้อมกับจับมือกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ส่งเสริมให้มีการแยกขยะ ทำบ่อดักไขมันอย่างไร เป็นต้น  รวมทั้งส่งเสริมให้ชาวเชียงคานเป็นเจ้าบ้านที่ดี และทำการตลาดให้ถูกทิศทาง มีแผนที่ เส้นทางจักรยานเลียบแม่น้ำโขงไปเยี่ยมชมจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และแผ่นพับสำหรับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวอีกด้วย” นางสาวยุพากล่าว และว่า ไฮไลต์ห้ามพลาดคือการใส่บาตรข้าวเหนียวในยามเช้า พระสงฆ์จะเดินบิณฑบาตกันแต่เช้ามืดประมาณ 6 โมงเช้า โดย  ททท.จังหวัดเลยได้ส่งเสริมประเพณีตักบาตรข้าวเหนียวให้ถูกวิธี เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นให้อยู่ในเชียงคานไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบต่อไป อย่างเช่นในหลวงพระบาง ประเทศลาว ที่โด่งดังไปทั่วโลก   

    "เราต้องพยายามตอกย้ำคนที่ไปเที่ยว และชาวเชียงคานจะต้องเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้คำแนะนำที่ถูกต้อง และไม่ต้องไปเกรงใจนักท่องเที่ยว เมื่อนั้นพวกเขาจะเคารพกติกาของคนในพื้นที่ จะได้เที่ยวเป็น ไม่ทำลายวัฒนธรรม และเข้าใจพื้นที่นี้”    

    อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเลย   ยังกล่าวว่า หากมาเที่ยวเมืองเลย ยังสามารถเดินทางไป แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ได้อีก 3 อุทยาน 1 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า คือ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูเรือ อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง หรือจะไปแหล่งท่องเที่ยวป่าหินงาม ได้แก่ สวนหินผางาม (คุนหมิง เมืองไทย) ความสวยงามของลักษณะหินรูปแบบต่างๆ น่าอัศจรรย์ ที่อำเภอหนองหิน  และต้องแวะไปกราบพระธาตุศรีสองรัก และชมพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย    

    พร้อมกับการันตีว่า เมื่อมาที่นี่จะได้รับสัมผัสความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมแล้ว สิ่งสำคัญสุดจะได้ความประทับใจกลับไป และแวะมาเยือนอีกหลายครั้ง  

      สำหรับการเดินทาง สามารถมาได้ทั้งทางบกและทางอากาศ ทั้งสะดวกและปลอดภัย โดยรถทัวร์มีหลายบริษัท ด้วยเส้นทางรถยนต์ 2 เส้นทาง ได้แก่ เพชรบูรณ์ - หล่มสัก - ด่านซ้าย - ภูเรือ - เข้าเมือง กรุงเทพฯ - เลย และ กรุงเทพฯ - ชัยภูมิ - ชุมแพ - เมืองเลย ระยะทางประมาณ 520 กม. เครื่องบินมีวันละ 2 เที่ยว เที่ยวเช้า เวลา 08.35 น. ประมาณ  35 ที่นั่ง เที่ยวบ่ายเวลา 14.30 น. ขนาดประมาณ 70 ที่นั่ง หรือจะเดินทางลงเครื่องบินที่อุดรธานีและนั่งรถโดยสารหรือเช่ารถก็สะดวก             

    ขณะที่ห้องพัก หากในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในช่วง ศุกร์ เสาร์ และวันอาทิตย์ แนะนำให้จองที่พักก่อน แต่ถ้าในแหล่งท่องเที่ยวเต็ม ที่พักในเมืองเลยมีจำนวนมาก ราคาไม่แพง อยู่ห่างจากจุดท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลาง จากภูเรือ ประมาณ 45 กิโลเมตร ห่างจากเชียงคาน 55 กิโลเมตร และห่างจากสวนหินผางาม 65  กิโลเมตร

    จ.เลย ถือเป็นต้นแบบ "7 Greens Concept" ตามแนวคิดของ ททท. ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างเข้ามาร่วมสร้างอนาคตให้แก่การท่องเที่ยวแบบใหม่ เน้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและรักษาอัตลักษณ์ชุมชนได้อย่างสมดุล โดยเลือกใช้วิธีที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงนำเสนอ.

สรณะ รายงาน
ขอบคุณข่าวจาก : ไทยโพสต์
---Advertisement---