728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / , ท่องเที่ยวเมือง "เลย" โตแบบช้า ๆ แต่ยั่งยืน

ท่องเที่ยวเมือง "เลย" โตแบบช้า ๆ แต่ยั่งยืน


ท่องเที่ยวเมือง "เลย" โตแบบช้า ๆ แต่ยั่งยืน
เห็นบทเรียนจากแหล่งท่องเที่ยวที่เติบโตแบบก้าวกระโดดเกินไปมีให้เห็นกันมาบ้างแล้ว ทั้งที่ อ.ปาย แม่ฮ่องสอน และ อ.เชียงคาน จังหวัดเลย ความไม่พอดีทำให้แหล่งท่องเที่ยวช้ำและทรุดโทรมลงตามลำดับ

จังหวัด "เลย" ได้วางกรอบการเติบโตด้านท่องเที่ยวแบบค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ยั่งยืน ไม่ผลีผลาม เพราะเกรงว่าจะซ้ำรอยกับบทเรียนใกล้ตัวอย่างเชียงคาน 

"สุพจน์ วงศ์พรหมท้าว" ผู้อำนวยการ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลยบอกว่า เลยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจและมาเที่ยวกันมากในช่วงหน้าหนาวระดับความฮอตฮิตมากเป็นอันดับ 3 รองจากเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน จึงอยากให้เลยเป็นเมืองที่ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และวางแผนการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน 2 จุดขาย คือ เป็นเดสติเนชั่นท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และธรรมชาติ

โดยได้ตั้งเป้าการเติบโตที่ 10% ในช่วง 2-3 ปีนับจากนี้ ผ่านแผนการเพิ่มจำนวนวันพัก นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่กระจายทั่วเมืองเลยทั้งตัวอำเภอเมือง ภูเรือ ภูหลวง ภูกระดึง เชียงคาน หรือแหล่งท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดอย่างหนองหิน ที่มีสวนหินผางาม สมญานาม "คุนหมิงเมืองไทย" 

นอกจากนี้ ยังมีแผนเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว โดยจะดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวที่เลยก่อน แล้วค่อยเดินทางสู่เมืองหลวงพระบาง ผ่านอำเภอท่าลี่ 

"นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความเหมือนและความต่างระหว่างวัฒนธรรมเมืองพี่เมืองน้องอย่างหลวงพระบางและเชียงคาน"

"ยุพาปานรอด" ผู้อำนวยการสำนักงานเลย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เสริมถึงทิศทางการทำตลาดรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ว่า การเปิดใช้เส้นทางท่าลี่-หลวงพระบาง จะช่วยให้เศรษฐกิจเมืองเลยขยายตัวเพิ่มมากขึ้น จากการเป็นศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมโยง 2 ประเทศ

สำหรับแนวทางส่งเสริมตลาดในปี 2557 นั้น ททท.ได้เตรียมเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวใหม่ริมแม่น้ำโขง เช่น เส้นทางท่าลี่-เชียงคาน-ปากชม-สังคม (หนองคาย)โดยในเดือนมกราคมจะจัดกิจกรรมปั่นจักรยานริมโขงในเส้นทางนี้ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวและดันโมเดลการท่องเที่ยวริมโขงได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

ทั้งนี้ ททท.คาดว่าตลอดปี 2556 เลยจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 20% เป็น 1.8 ล้านคน สร้างรายได้ท่องเที่ยวกว่า 2.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% 

ด้าน "นาฬิกอติภัค แสงสนิท" ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวว่า ได้ร่วมกับสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (ทีต้า) พัฒนา 8 เส้นทางท่องเที่ยว นำร่องในพื้นที่พิเศษเลย เพื่อให้ผู้ประกอบการได้นำไปเป็นสินค้าเสนอขาย หรือให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเลือกเดินทางไป โดยใน 8 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6 เส้นทางได้แก่ เส้นทางสีสันแห่งอารยธรรมชนเผ่าลุ่มน้ำโขง เส้นทางสัมผัสวัฒนธรรมชีวิต จารีตมรดกเลย เส้นทางมหัศจรรย์ครัวเลยรักษ์โลก เส้นทางปั่นจักรยานชมวิถีไทด่าน (ซ้าย) เส้นทางจิตอาสาที่เลย และเส้นทาง เลย...ความงามที่ซ่อนเร้น

ส่วนอีก 2 เส้นทาง สำหรับเจาะตลาดคนไทย คือ เส้นทาง นี่ไง...ใช่เลย และเส้นทางทัวร์อายุวัฒนะ

ด้าน "ดวงกมล จันสุริยวงศ์" ที่ปรึกษาทีต้า ระบุว่า ทีต้าจะเปิดตัว 8 เส้นทางท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ลดโลกร้อน เป็นครั้งแรกในงานไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท (ทีทีเอ็ม) มิถุนายน 2557 หากสินค้ามีความพร้อมมากพอก็จะออกไปนำเสนอขายในงานเวิลด์ ทราเวล มาร์ท (ดับบลิวทีเอ็ม) ในปลายปีหน้า ที่กรุงลอนดอน อังกฤษ 

อย่างไรก็ตาม ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มอนุรักษ์ หรือ "อีโคทัวริซึ่ม" มีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง เฉลี่ยต่อปีมากกว่า 10% 

"ชลี วรรณพฤกษ์" ผู้จัดการทีต้า เพิ่มเติมว่าจากการลงพื้นที่พิเศษเลย ทีต้าพบว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาศักยภาพของมัคคุเทศก์ท้องถิ่นให้พูดภาษาอังกฤษได้ โดยเฉพาะด้านโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ 

และนี่คือแผนขยายตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในอนาคตของจังหวัดเลย


---Advertisement---