728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / , ภูหลวง จังหวัดเลยวันนี้ คนกับช้างป่าอิงอาศัยซึ่งกันและกัน

ภูหลวง จังหวัดเลยวันนี้ คนกับช้างป่าอิงอาศัยซึ่งกันและกัน


ภูหลวง จังหวัดเลยวันนี้ คนกับช้างป่าอิงอาศัยซึ่งกันและกัน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมีพื้นที่กว้างใหญ่ สภาพแวดล้อมโดยรอบมีหมู่บ้าน ชุมชน ล้อมรอบหลายหมู่บ้าน ราษฎรได้บุกรุกขยายพื้นที่ทำกินเพื่อปลูกพืชไร่ 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมีพื้นที่กว้างใหญ่ สภาพแวดล้อมโดยรอบมีหมู่บ้าน ชุมชน ล้อมรอบหลายหมู่บ้าน ราษฎรได้บุกรุกขยายพื้นที่ทำกินเพื่อปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าว เป็นต้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ราษฎรได้บุกรุกขยายพื้นที่ทำกินนั้น เดิมเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำและแหล่งดินโป่งของช้างป่า

เมื่อถูกรบกวนจากมนุษย์ และแหล่งอาหารหากินไม่เพียงพอต่อความต้องการของช้างป่า ประกอบกับพื้นที่ที่ราษฎรได้ปลูกไว้ส่วนใหญ่เป็นพืชที่เป็นอาหารช้างป่าได้อย่างดี จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ช้างป่าออกไปหากินนอกเขต และทำความเสียหายต่อพืชไร่ของราษฎรที่ปลูกไว้ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ของเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าภูหลวง ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอวังสะพุงอำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ได้ประสบกับปัญหาช้างป่าได้ออกไปหากินนอกเขต และทำความเสียหายทำลายพืชไร่ของราษฎรที่ปลูกไว้เป็นประจำ จึงทำให้โอกาสที่ช้างป่าจะถูกทำร้ายเสียชีวิตจึงมีมาก


ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 สำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมป่าไม้ในขณะนั้น แจ้งว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำริให้ดำเนินการโครงการปลูกพืชอาหารช้างในพื้นที่ป่าธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งช้างจะออกไปทำความเสียหายให้กับพืชสวนไร่นาของชาวบ้านและเป็นเหตุให้ช้างถูกทำร้ายถึงกับชีวิตได้

ดังนั้นเพื่อเป็นการ สนองพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในอันจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังล่าว จึงได้จัดทำโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวงอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นโดยการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 


ในโครงการฯ มีการเสริมสร้างแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าภายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงด้วยการปลูกและบำรุงพืชอาหารช้าง จัดทำแหล่งน้ำให้กับสัตว์ป่า โดยการจัดทำฝายชะลอความชุ่มชื้น จัดทำโป่งเทียมเพื่อเพิ่มแหล่งเกลือแร่ให้กับสัตว์ป่า ตลอดถึงการสร้างจิตสำนึกในหมู่ราษฎรในพื้นที่ต่อความสำคัญของช้างป่าควบคู่กับการป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกไปหากินนอกเขต  สร้างความเสียหายให้กับแหล่งทำกินของราษฎร ด้วยการใช้ลวดกระตุกไฟฟ้าขนาด 12 โวลต์ ซึ่งได้ผลอย่างน่าพึงพอใจ ควบคู่กับการสร้างโป่งเทียม แหล่งอาหารและแหล่งน้ำในป่าลึก เพื่อดึงดูดให้ช้างป่าเข้าไปหากิน ณ พื้นที่เหล่านั้น 


ล่าสุด นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมน ตรี พร้อมด้วย หม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ รองเลขาธิการ กปร. นายสรรเสริญ สาโรวาท ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการคณะองคมนตรี สำนักราชเลขาธิการ และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและความคืบหน้าในกิจกรรมต่าง ๆ โดยมีนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเลยให้การต้อนรับและนำชมความคืบหน้าของโครงการฯ พบว่าปริมาณช้างป่ามีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเดิมในช่วงปี 2549 และ 2550 พบประชากรช้างป่าจำนวน 66-81 ตัว และ 75-95 ตัว ตามลำดับ โดยพบช้างเพศผู้ไม่น้อยกว่า 10 ตัว เป็นช้างงา 5 ตัว และทุกโขลงจะมีลูกช้างอายุ 1-2 ปี โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรช้างป่าในพื้นที่ประมาณร้อยละ 9.84  จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างแหล่งอาหารสำหรับช้างป่าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกการหวงแหนพื้นที่ป่าธรรมชาติในหมู่ราษฎรให้มากขึ้น


และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ราษฎรในพื้นที่ต่างให้ความร่วมมือไม่บุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมขณะเดียวกันในบางโอกาสที่มีช้างป่าเข้ามากินพืชไร่ก็ไม่ไปไล่ล่าเช่นที่อื่น ๆ ขณะเดียวกันกลับให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่าให้ขยายวงมากขึ้นเพื่อเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ เพราะหากป่าธรรมชาติสมบูรณ์ช้างป่าเหล่านั้นก็จะไม่ออกมาทำลายพืชไร่ของราษฎร คนกับช้างป่าก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้ตลอดไป 


ที่สำคัญราษฎรในพื้นที่ต่างเข้าใจเป็นแนวเดียวกันว่า หากป่าสมบูรณ์ ช้างก็จะอยู่แต่ในป่า หากินในป่า ที่เอื้อต่อความสมบูรณ์ของผืนป่า และเป็นผลต่อแหล่งเพาะปลูก ด้วยเมื่อป่าสมบูรณ์ ความชุ่มชื้นก็เพิ่มขึ้นอันเป็นผลดีต่อผลผลิตของพืชไร่และการทำนาเพราะน้ำไม่ขาดแคลน ซึ่งนั่นก็คือรายได้หลักของราษฎรนั่นเอง.


---Advertisement---