728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / , บ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง จ.เลย

บ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง จ.เลย


บ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง จ.เลย
ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใยราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงหนือที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและต้องประสบกับกับวิกฤตการณ์ต่างๆ เช่นน้ำท่วม ความแห้งแล้ง ความไม่แน่นอนของสภาพดินฟ้าอากาศ

ทั้งนี้เป็นผลมาจากประชาชนมีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอยกันมาก จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ พล.ต.เรวัต บุญทับ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 ในขณะนั้นจัดหาพื้นที่โดยร่วมกับทางจังหวัดเลย จัดทำโครงการสำหรับไว้ช่วยเหลือราษฎรที่ยากจนและขาดแคลนที่ทำกินให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่จัดส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ราษฎรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการช่วยลดการบุกเบิกพื้นที่ป่าเขาเพื่อการเกษตรของราษฎรได้อีกทางหนึ่ง

การจัดตั้งโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง ครั้งแรกมีเนื่องที่ประมาณ 135 ไร่ ปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมด 541 ไร่ 1 งาน 68 ตรางวา และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่กรมป่าไม้มอบให้ดูแลจำนวน 1,500 ไร่

การดำเนินงานในโครงการ มีการจัดทำศูนย์เรียนรู้เชิงเกษตร มีการพัฒนารูปแบบของศูนย์เรียนรู้มให้เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่ราษฎรสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้แล้วนำความรู้ไปทำเองในพื้นที่ของตนเองได้ มีการดำเนินงานด้านศิลปาชีพ เปิดฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี่ด้านการผลิตภัณฑ์ผ้าไหม โดยเน้นที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ของชุมชนที่เป็นบุตรหลานของสมาชิกโครงการฯ เพื่อให้ได้รับความรู้เพิ่มพูนความสามารถอันจะช่วยกันสืบสานศิลปวัฒนธรรมตลอดไป มีการบำรุงรักษาสภาพพื้นที่ป่าธรรมชาติให้สามารถอยู่ร่วมกับป่าเศรษฐกิจได้แบบอิงอาศัยซึ่งกันและกันโดยป่าเศรษฐกิจของพื้นที่จะเป็นยางพารา ราษฎรในโครงการมีการจัดเวณยามเฝ้ารักษาระวังภัยไฟป่า รวมทั้งร่วมกันทำแนวกันไฟให้กับแนวป่าธรรมชาติอีกด้วย


ล่าสุดนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วย หม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาพระราชดำริ และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและความคืบหน้าในการดำเนินของโครงการฯ พบว่า สมาชิกในโครงการฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างพอเพียง ป่าธรรมชาติและป่าไม้ปลูกเพิ่มเติมมีความสมบูรณ์เติบโตดีโดยมีเส้นรอบวงเฉลี่ย 30-60 เซนติเมตร ป่าเศรษฐกิจซึ่งเป็นยางพารามีเพิ่มจำนวนการผลิตมากขึ้น สมาชิกมีรายได้เสริมจากการให้บริการนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาเที่ยวชมพร้อมหาซื้อผลิตภัณฑ์จาก ศูนย์การเรียนรู้ โดยเฉพาะเยาวชนจากสถาบันการศึกษาได้เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้น

การนี้องคมนตรีได้ร่วมประชุมกับคณะเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานในโครงการฯ เพื่อรับทราบความคืบหน้าและอุปสรรค์ในการดำเนินงาน ซึ่งช่วงหนึ่งของการประชุม หม่อนหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ เลขา กปร. แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ขณะนี้ทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร มีโครงการเปิดฝึกอบรมอาชีพแก่ราษฎรโดยทั่วไป ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตหลายหลายแขนงวิชาชีพให้กับผู้ที่สนใจโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และเมื่อเสร็จสิ่นการฝึกอบรมยังมีปัจจัยการผลิตมอบให้เป็นการเริ่มต้นมาทำการผลิตในพื้นที่ของตนเอง หากราษฎรในโครงการมีความสนใจสามารถเข้าร่วมอบรมได้ โดยผ่านทางองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือทางจังหวัดเพื่อประสานงานไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้


ที่สำคัญการที่ผลผลิตจากยางพาราซึ่งก็คือน้ำยางที่เกษตรกรกรีดได้นั้นมีคุณภาพและปริมาณที่มากขึ้นย่อมเป็นเครื่องชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่า สภาพแวดล้อมโดยเฉพาะความชุ่มชื้นจากป่ามีความสมบูรณ์อย่างเต็มที่ จึงมีผลในทางบวกต่อการผลิตน้ำยางของยางพารา ราษฎรกลุ่มผลิตยางพาราปัจจุบันมีรายได้มากกว่า 130,000 บาทต่อคนต่อปี จึงนับได้ว่าการดำเนินงานอย่างครบวงจรของโครงการฯ ได้เอื้อต่อการประกอบอาชีพของราษฎรทั้งในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี.


---Advertisement---