728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / ททท.จ่อปรับเป้าปี"57 คาดครึ่งปีแรกสูญรายได้แตะแสนล้าน

ททท.จ่อปรับเป้าปี"57 คาดครึ่งปีแรกสูญรายได้แตะแสนล้าน


ททท.จ่อปรับเป้าปี"57 คาดครึ่งปีแรกสูญรายได้แตะแสนล้าน
วิกฤตหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการเมืองปี 2553 วิกฤตน้ำท่วมปี 2554 นั้น ภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยมักจะกลับมาพลิกฟื้นและขยายตัวที่ดีทุกครั้งหลังจากที่เหตุการณ์ยุติลงไม่นาน

แต่ปัญหา "การเมือง" ที่ยืดเยื้อในปีนี้นั้นทำให้หลายฝ่ายกังวลอย่างมากว่าจะส่งผลต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา 

ปี 2556 ที่ผ่านมา "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" หรือ "ททท." วางเป้าหมายว่าภายในปี 2557 นี้ประเทศไทยจะมีรายได้

จากการท่องเที่ยวทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศรวม 2 ล้านล้านบาทนั้น ถึงขณะนี้ดูเหมือนว่าจะปีนไต่สู่เป้าเป็นไปได้ยากเสียแล้ว 

"ธวัชชัย อรัญญิก" ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.ให้สัมภาษณ์ว่า ททท.ได้ปรับสมมติฐานผลกระทบของการท่องเที่ยว หากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อถึงเดือนเมษายน และมีเหตุการณ์ปะทะกันและรุนแรงต่อเนื่อง จะทำให้ช่วงครึ่งปีแรกอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ถึง 9 หมื่นล้านบาท นักท่องเที่ยวลดฮวบ 9 แสนคน โดยผลกระทบส่วนใหญ่มาจากตลาดกรุ๊ปทัวร์ที่ขณะนี้ลดลงประมาณ 35%

"หากการเมืองยืดเยื้อเกินครึ่งปีแรก ททท.คงต้องปรับเป้าหมายนักท่องเที่ยวและรายได้แน่นอน แต่ยังมั่นใจว่าช่วงครึ่งปีหลังนักท่องเที่ยวต่างชาติจะทะลักเข้ามาเที่ยวไทยจำนวนมาก"

อย่างไรก็ตาม ททท.ได้เตรียมความพร้อมและจัดทำแคมเปญฟื้นฟูความเชื่อมั่นและกระตุ้นตลาด เพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มแห่แหนกลับมาเที่ยวไทยจำนวนมากในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากวิกฤตการเมืองคราวนี้สงบลง 

แต่ระหว่างที่สถานการณ์ยังหาจุดลงเอยไม่ได้นั้น ททท.ได้พยายามกระตุ้นตลาดด้วยการอัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพิ่มกระแสการเดินทางในประเทศไปก่อน

ส่วนตลาดต่างประเทศจะส่งเสริมตลาดที่ไม่ได้รับผลกระทบ เช่น ตลาดอินเดีย โอเชียเนีย อเมริกาใต้ และตะวันออกกลางให้มาเที่ยวไทยมากขึ้นในช่วงกลางปีผ่านโปรโมชั่นร่วมกับบริษัททัวร์และสายการบิน 

"ธวัชชัย" บอกด้วยว่า ภายหลังการหารือร่วมกับภาคเอกชน 8 สมาคมท่องเที่ยวเกี่ยวกับแนวทางการกระตุ้นท่องเที่ยวในภาวะวิกฤตเมื่อสัปดาห์ก่อน หลายฝ่ายมองตรงกันว่าควรฟื้นฟูตลาดเอเชียก่อน เพราะเป็นกลุ่มที่พร้อมเดินทางกลับมาเที่ยวไทยเร็วที่สุด และรูปแบบของแคมเปญฟื้นฟูตลาดนั้น ควรเป็นวิธีสมนาคุณพิเศษเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแทนการกระหน่ำลดราคา เพราะจะทำให้ดึงราคากลับมาเป็นปกติได้ยาก

"ปิยะมาน เตชะไพบูลย์" ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ "สทท." บอกว่า ภาคเอกชนท่องเที่ยวจะกลับไปจัดทำข้อเสนอแผนฟื้นฟูมาเสนอ "ททท." อีกครั้งในเดือนมีนาคมนี้

"พื้นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกรุงเทพฯ, หัวหิน-ชะอำ, กาญจนบุรี และพัทยา-ระยอง ซึ่ง สทท.เตรียมหารือร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรมเพื่อเข็นแคมเปญกระตุ้นตลาดด้วยโปรโมชั่นพิเศษต่อไป"

ด้าน "เกษียร วัฒนเชาวน์พิสุทธิ์" นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน บอกว่า ไทยยังมีโอกาสดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีเข้ามามากกว่า 1.5 แสนคนในช่วงเหตุการณ์ปกติ แต่พอสถานการณ์ส่อแววลากยาวแบบนี้ สมาคมคาดว่าจะมีชาวจีนเข้ามาเที่ยวไทยลดลง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการทัวร์จีนยังหวังว่าเหตุการณ์จะจบลงภายในเดือนมีนาคมนี้โดยข้อเสนอของสมาคมเพื่อกระตุ้นตลาดนั้น อยากให้ ททท.ร่วมมือกับสายการบินต่าง ๆ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน

ว่าไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ยังเที่ยวได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการชุมนุม พร้อมทั้งสร้างความประทับใจแก่กรุ๊ปทัวร์ที่เดินทางเข้ามา อาจให้ของสมนาคุณพิเศษโดยไม่ต้องใช้แคมเปญลดแลกแจกแถมห้องพักแต่อย่างใด รวมไปถึงการผลักดันให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเสนอมาตรการจูงใจหรืออินเซนทีฟในรูปแบบต่าง ๆ

การชะลอการเดินทางของนักท่องเที่ยวดังกล่าวสะท้อนชัดเจนผ่านอัตราการบรรทุกผู้โดยสารของสายการบิน โดย "โชคชัย ปัญญายงค์" รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ "การบินไทย" ระบุว่า ตัวเลขอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (เคบินแฟกเตอร์) ของการบินไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ คาดว่าจะลดลงอยู่ที่ประมาณ 70% หลังจากเดือนมกราคมที่ผ่านมา เคบินแฟกเตอร์อยู่ที่ 72%

และคาดว่าในช่วงไตรมาสแรกจะมีเคบินแฟกเตอร์ราว 71-72% ขณะที่ไตรมาส 2เคบินแฟกเตอร์น่าจะอยู่ที่ 70% เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปี 2557 ว่าจะมีจำนวนประมาณ 27.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 3% ต่ำกว่าสมมติฐาน 28 ล้านคนที่เป็นเป้าหมายของทางการ และเป็นสมมติฐานในการประมาณการครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากผลกระทบจากการประกาศของประเทศต่าง ๆ แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวของตนที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นเพียง 0.06% 

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์การขยายตัวของธุรกิจในสาขาโรงแรมและภัตตาคารด้วยว่าจะขยายตัวได้ราว 5.4% ชะลอตัวลดลงจาก 15.1% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงตามการชะลอตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาสแรกปีนี้มีจำนวนราว 7.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 10.7% ชะลอตัวลงจากที่ขยายตัวในอัตรา 26.1% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้รับประมาณ 3.5 แสนล้านบาท

ดังนั้น การปีนเป้ารายได้ 2 ล้านล้านบาทของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปีนี้คงเป็นได้ยากเต็มทีzและถึงแม้ว่า ททท.จะตัดใจกัดฟันยืนเป้าเดิมอยู่ในขณะนี้ แต่ก็เชื่อว่าในที่สุดแล้วก็ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง และปรับลดเป้าลงตามการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวในเร็ววันนี้แน่นอน

---Advertisement---