728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / เที่ยวเลย..กันดีกว่า ไปแล้วไม่อยากกลับ

เที่ยวเลย..กันดีกว่า ไปแล้วไม่อยากกลับ


เที่ยวเลย..กันดีกว่า ไปแล้วไม่อยากกลับ
สู่จังหวัดเลย เมืองที่น่าเที่ยวมากๆ และยังเป็นดินแดนที่เคยหนาวสุดในสยามมาแล้ว เหมาะกับการเที่ยวหน้าหนาวนี้
มีโอกาสร่วมทริปกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) สู่จังหวัดเลย เพื่อสำรวจแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ภายใต้การนำของคุณสมฤดี ชาญชัย ผู้อำนวยการภูมิภาคอีสาน ไปแล้วก็ไม่อยากกลับ เพราะเลยช่างเป็นเมืองที่น่าเที่ยวมากๆ และยังเป็นดินแดนที่เคยหนาวสุดในสยามมาแล้ว เหมาะกับการเที่ยวหน้าหนาวนี้เป็นอย่างมาก

แหล่งท่องเที่ยวแบบธรรมชาติของเลยนั้นมีมากมายทีเดียว เราเริ่มต้นทัวร์กันที่อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง ตั้งอยู่ใน อ.เมือง จ.เลย ในพื้นที่การดูแลของวนอุทยานหริรักษ์ เป็นอ่างเก็บน้ำสันเขื่อนดิน มีขนาดความจุ 26 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 1,500 ไร่ สันเขื่อนยาว 800 เมตร สร้างเพื่อการชลประทาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งใน ที่บรรยากาศเป็นธรรมชาติล้อมรอบด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของป่าไผ่ และภูเขาที่โอบล้อม กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมมาใช้เวลาในวันพักผ่อนที่นี่ก็คือ

การล่องแพพักผ่อน พร้อมทานอาหารท่ามกลางวิวทิวทัศน์ และบรรยากาศที่สวยงาม ร่มรื่น และเย็นสบาย ที่นี่มีแพร้านอาหารให้บริการหลายเจ้า ส่วนมากจะเป็นอาหารอีสาน  “อีสานแซ่บเวอร์” เช่น ส้มตำ ลาบ ยำ ปลานิลเผา อาหารพื้นบ้าน ไก่ทอดสมุนไพร นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวห้วยกระทิงซึ่งสามารถมองเห็นวิว หุบเขาเบื้องล่างและบรรยากาศของอ่างเก็บน้ำกลางหุบเขาและแพที่ลอยนิ่ง อยู่เหนือน้ำ ในมุมสูงได้อย่างงดงาม

จากนั้นเรามีกันที่ภูป่าเปาะ คำนี้มาจากภูเขาที่มีป่าไผ่เปาะ ไผ่เปาะ เป็นไผ่ชนิดหนึ่งที่ขึ้นได้ทั่วไปตามภูเขายังสามารถพบได้ทุกๆ อำเภอ ของจังหวัดเลย ลักษณะของ ไผ่เปาะนั้น เป็นไผ่ที่เปาะแตกหักง่าย และนี่คือที่มาของคำว่า ภูป่าเปาะที่เป็นจุดเด่น และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ก็คือ การได้ขึ้นไปชมบรรยากาศ และมองเห็นยอดของภูหอ ภูเขาสูงปลายยอดตัดราบบนภู ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกกันว่า “ฟูจิเมืองเลย”

ส่วนจุดชมวิวของภูป่าเปาะ นั้น จะมีทั้งหมด 4 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะห่างกันประมาณ 200 เมตร ส่วนจุดยอดบนสุดสามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา คือสามารถมองภูเขาได้รอบทิศทางนอกจากนั้นยังสามารถมองเห็นภูเขาได้อีก 3 จังหวัด คือ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น และผาสามยอด จังหวัดหนองบัวลำภู และสามารถชมวิว อีก 8 แห่ง ในมุมมอง 360 องศา ทั้ง

1. ภูหินร่องกล้า

2. ภูหอ

3. ภูหลวง

4. ภูกระดึง

5. ภูผาจิต

6. ภูผาม่าน

7. สวนหินผางาม

8. เขาค้อ

ซึ่งการมาเที่ยวชม ภูป่าเปาะ นั้นบรรยากาศก็จะงดงามแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล เราไปช่วงปลายฝนต้นหนาว ก็ได้เห็นทั้งภูเขาสีเขียวชุ่มฉ่ำ และท้องทุ่งนา ชมทุ่งข้าวสีทองกลางหุบเขา และยังได้พบกับหมอกสีขาวสวยสุดๆไปเลย ปัจจุบันการท่องเที่ยวบนภูป่าเปาะ ได้รับการพัฒนาและดูแลโดยชาวบ้านและกรรมการหมู่บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ นักท่องเที่ยวจะต้องจอดรถไว้ที่ศูนย์ชุมชนก่อนนั่งรถอีแต๊กขึ้นไปเที่ยวสนุกมากๆ

จากนั้นไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวของผู้ประกอบการกันบ้าง เริ่มที่ร้านกาแฟ “โก้ปังห่าน" ของคุณศิวะกร มณีประกร สถาปนิกหนุ่มชาวเลย ที่เปิดร้านกาแฟพร้อมขนมอร่อยหุ้นกับเพื่อนคือธีรวัฒน์ บรรจงเลี้ยง เจ้าของน้ำดื่ม ใช่เลย 2 หนุ่มนี้ออกตัวว่าเป็นอายุน้อย ร้อยร้านค้ามากกว่าเป็นร้อยล้าน และมีการนำเสนอกาแฟ สูตรเดียวในไทยคือ "กาแฟซ่าส์" ต้นตำรับมาจากสิงคโปร์  รสชาติดีมาก และเมนู "ชานัว" แสนอร่อย พร้อมกับเค้กช็อคโกแลตรสชาติเด็ดใหม่สดทุกวัน

ไปเที่ยวชมไร่แมคคาเดเมียกันบ้างกับไร่วิมุตติสุข ภูเรือ ของคุณโสภิตา วิมุตติสุขดี เกษตรกรของภูเรือ ที่สามารถปลูกแมคคาเดเมีย และนำมาแปรรูปส่งขายทั้งในเลยและต่างจังหวัด เดินชมไร่และทานแมคคาเดเมียแล้ว เป็นพืชเคี้ยวมันสมชื่อ เคี้ยวจนไม่อยากหยุด

ปิดท้ายกับภูเรือเรือนไม้ รีสอร์ท ของ “หนูดี” ชาวนาที่น่ารักและสวยเป็นที่สุด เธอเป็นข่าวโด่งดังมาจากหลายสื่อ เป็นเด็กมหาลัยธรรมศาสตร์ ที่ทิ้งชีวิตสาวออฟฟิส มาเป็นชาวนาที่ประสบความสำเร็จในภูเรือ จนทุกวันนี้ขยายนาไปถึง15ไร่ พร้อมรีสอร์ทอีก 15 หลัง มีลูกค้ามาพักและเยี่ยมชมแน่นทั้งปี เธออยู่กับคุณแม่และควายคู่ใจแฉล้มกับแช่มช้อย แต่แฉล้มเพิ่งจากไปเมื่อไม่นาน

ทุกๆ วันแช่มช้อยก็จะเดินมาปลุกเธอ หลายคนอยากมาทานพาแลงกลางทุ่งกับสาวสวยคนนี้ที่เธอช่างออกแบบได้น่าทานมาก เป็นอาหารอีสานที่แสนอร่อย แม้อายุแค่ 20 ต้นๆ นับว่ามีความสามารถมาก นี่เป็นแค่แหล่งท่องเที่ยวเพียงน้อยนิดของเลย ลองไปเที่ยวกันดูนะคะ แล้วจะรู้สึกว่า ไปแล้วไม่อยากกลับจะเป็นอย่างไร




---Advertisement---