728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / ชาวบ้านหวั่นสารก่อมะเร็งจากโครงข่ายเสาไฟแรงสูง กฟผ. นัดหารืออีกรอบ มี.ค.ปีหน้า

ชาวบ้านหวั่นสารก่อมะเร็งจากโครงข่ายเสาไฟแรงสูง กฟผ. นัดหารืออีกรอบ มี.ค.ปีหน้า


ชาวบ้านหวั่นสารก่อมะเร็งจากโครงข่ายเสาไฟแรงสูง กฟผ. นัดหารืออีกรอบ มี.ค.ปีหน้า
กฟผ.เปิดเวทีรับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้เสียระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลวัตต์ เลย 2 ท่าลี่ ไปขอนแก่น 4 ในส่วนที่พาดผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์ รับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไชยะบุรี สปป.ลาว ขณะชาวบ้านหวั่นสารก่อมะเร็งจากแนวเสาไฟฟ้าแรงสูง สรุปเปิดรับฟังกรอบ มี.ค. ปีหน้า ก่อนชง ครม.

       รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ศาลาประชาคมจังหวัดเลย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดประชุมชี้แจงโครงการ และรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 โครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลวัตต์ เลย 2 ท่าลี่-ขอนแก่น 4 ส่วนที่พาดผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทั้งนี้เพื่อชี้แจงเหตุผล ความเป็นมา วัตถุประสงค์ และรายละเอียดของโครงการ โดยมีประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย และผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
       
       นายนฤมิต คินิมาน ผู้แทน กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.ดําเนินโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลวัตต์ จากสถานีไฟฟ้าแรงสูง เลย 2 (ท่าลี่) จ.เลย ไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงขอนแก่น 4 จ.ขอนแก่น ระยะทางประมาณ 196 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้า จ.เลย จ.หนองบัวลําภู และ จ.ขอนแก่น ซึ่งรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไชยะบุรี สปป.ลาว เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และส่วนที่เหลือจะถูกส่งไปยังภาคกลาง ตามแผนพัฒนากําลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย 2555-2573
       


       นายนฤมิตกล่าวว่า โครงการดังกล่าวแนวเสาไฟฟ้าแรงสูงจะพาดผ่านพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.เลย 6 อําเภอ คือ อ.ท่าลี่ อ.เมืองเลย อ.นาด้วง อ.วังสะพุง อ.เอราวัณ และ อ.ผาขาว จ.หนองบัวลําภู 4 อําเภอ คือ อ.นาวัง อ.นากลาง อ.เมือง และ อ.ศรีบุญเรือง จ.ขอนแก่น 6 อําเภอ คือ อ.สีชมพู อ.หนองนาคํา อ.ภูเวียง อ.หนองเรือ อ.อุบลรัตน์ และ อ.บ้านฝาง
       
       ซึ่งแนวการก่อสร้างจะพาดผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์ใน จ.เลย หรือป่าโซนซี ระยะทางประมาณ 5.3 กิโลเมตร จึงจำเป็นต้องจัดทํารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นหรือไออีอี (Initial Environmental Examination : IEE)
       
       นายสุรยุทธ สุระท้าว ตัวแทนภาคประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย กล่าวว่า โครงการนี้ยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง มีหลายคนที่ยังไม่ทราบว่าจะมีเสาไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านที่ดินของตนเอง การชดเชยค่าตอบแทน หรือค่าลิดรอนสิทธิ์ก็ยังไม่มีความชัดเจน ขอบเขตการศึกษายังจํากัดเฉพาะในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทั้งที่โครงการตัดผ่านชุมชน และพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชนจํานวนมาก
       


       นอกจากนี้ กฟผ.ยังไม่เคยบอกกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบรายละเอียดโครงการ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมีเสาไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านวิตกกังวลว่าเสาไฟฟ้าแรงสูงจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย และจากมหาวิทยาลัยบริสทอล ประเทศอังกฤษ พบว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณที่สายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านเป็นเวลานานมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งไขกระดูก
       
       อย่างไรก็ตาม เวทีการรับฟังความเห็นครั้งนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมได้ จึงนัดจัดเวทีอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2558 ซึ่งจะจัดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนประมวลความเห็นสรุปรวบรวมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ประกอบการพิจารณาอนุมัติโครงการต่อไป 


---Advertisement---