728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / ปิดฉากมหากาพย์เหมืองทองเมืองเลย ชาวบ้าน-รัฐ-นายทุนยอมปรองดอง

ปิดฉากมหากาพย์เหมืองทองเมืองเลย ชาวบ้าน-รัฐ-นายทุนยอมปรองดอง


ปิดฉากมหากาพย์เหมืองทองเมืองเลย ชาวบ้าน-รัฐ-นายทุนยอมปรองดอง

                             "เรายังยืนยันในสิทธิชุมชน รักษาภูเขา-ทรัพยากรธรรมชาติไว้ จะต่อสู้ตามหลักประชาธิปไตยโดยยึดหลักความเหมาะสมเป็นที่ตั้ง"

                             ในที่สุดปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกลุ่มรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.ทุ่งเขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย กับ เหมืองแร่ทองคำ ของบริษัททุ่งคำ จำกัด ก็ได้ยุติลง โดยทุกฝ่ายหวังจะยุติปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนานกว่า 7 ปี เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา 

                             การยุติปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการเซ็นบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) เพื่อยุติปัญหาที่กำลังคุกรุ่นอยู่ โดยเฉพาะเรื่องที่บริษัทฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชาวบ้าน 20 กว่าคน จำนวน 9 คดี ที่ทำให้เสียทรัพย์ หลังจากชาวบ้านได้ก่อสร้างกำแพงกั้นขวางประตูเข้าออกเหมืองทอง ทำให้รถขนแร่และขนสารเคมีเข้าออกเหมืองทองไม่ได้ตั้งแต่ปลายปี 2556 ที่ผ่านมา รวมค่าเสียหายที่เหมืองฟ้องร้องจากชาวบ้านรวมคนละกว่า 120 ล้านบาท 

                             ขณะที่ชาวบ้านระบุว่า หากเหมืองยอมถอนฟ้องทุกคดี ชาวบ้านก็ยินยอมที่จะเปิดทางให้เหมืองขนแร่ที่ยังตกค้างอยู่ออกไปได้ แต่นั่นหมายถึงจะต้องมีการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษร ในการถอนฟ้องและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะต้องเซ็นเป็นพยานด้วย 

                             วิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ที่เข้ามาทำหน้าที่เกือบ 2 ปี และต้องรับหน้าเสื่อในการแก้ไขปัญหา หลังจากความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านที่ต้องอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติในบ้านเกิด ต้องได้รับผลกระทบจากผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลส่วนกลางให้สัมปทานขุดแร่ทองคำในพื้นที่ จนนำไปสู่การเจรจาหลายครั้ง แม้ช่วงแรกๆ จะบอยคอตไม่ร่วมสังฆกรรมกับชาวบ้านกลุ่มรักษ์บ้านเกิด แต่จนแล้วจนรอดความพยายามก็สำเร็จลง 

                             "การดำเนินการครั้งนี้ ทุกฝ่ายต้องการยุติปัญหาเพื่อถวายในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 นับต่อนี้ไปจะไม่มีปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดเลย ให้การปฏิรูปประเทศตามโรดแม็พเดินต่อไปอย่างราบรื่น เป็นการปรองดองที่เป็นรูปธรรมจริงๆ หากจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีกก็น่าจะเป็นมือที่สาม ผู้ไม่หวังดี เป็นผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช. ไม่ใช่ชาวบ้าน ซึ่งก็ต้องใช้กฎหมายเข้าดำเนินการอย่างเฉียบขาด" 

                             ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ให้คำมั่นด้วยว่า "ถ้าหากผมและสักขีพยานในครั้งนี้ ไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวนี้ ก็จะเอาตำแหน่งหน้าที่เป็นเดิมพัน ผมจะไม่ขออยู่ที่จังหวัดเลย และบริษัทก็เอาบริษัทเป็นเดิมพันด้วย เพราะลงนามกันทุกคนแล้ว หากยังมีชาวบ้านมาขัดขวางอีกก็ผิดข้อตกลง" นั่นคือคำประกาศเอาตำแหน่งเป็นประกันที่คาดหวังกับการแก้ไขปัญหาครั้งนี้มาก 

                             ส่วนเนื้อหาในบันทึกข้อตกลง ได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนเช่นกันว่า บริษัทตกลงยินยอมถอนคำฟ้องที่ได้ฟ้องชาวบ้านไว้ทั้งหมด 8 คดี และจะยื่นคำร้องขอถอนฟ้องต่อศาลจังหวัดเลย ในวันที่ 8 ธันวาคม ส่วนคดีที่ฟ้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต จะยื่นถอนฟ้องในวันที่ 20 ธันวาคม 2557 โดยบริษัทจะดำเนินการขนย้ายแร่ออกจากพื้นที่ในวันที่ 8 และ 9 ธันวาคม โดยจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนหนึ่ง ทั้งบริษัท ตัวแทนชาวบ้าน รัฐ ไปเป็นสักขีพยานในการขนย้ายสินแร่ โดยที่ชาวบ้านจะไม่ก่อกวนขัดขวางใดๆ และพร้อมให้รื้อถอนสิ่งกีดขวางทางเข้าออกบริษัท บนถนนในหมู่บ้านทั้งหมด

                             จนกระทั่งเช้าวันที่ 8 ธันวาคม การดำเนินการขนย้ายแร่ทั้งหมดได้เริ่มขึ้น โดยมีชาวบ้านไปคอยเฝ้าดูตลอดเวลา แต่ในเบื้องต้นหวิดจะเกิดปัญหา เพราะรถขนแร่ยังไม่สามารถขนแร่ออกได้ เพราะชาวบ้านได้นั่งปิดถนนขัดขวางเอาไว้ เนื่องจากยังไม่มีหนังสือที่ลงลายลักษณ์อักษรชัดเจนในการยื่นถอนฟ้องชาวบ้านทั้ง 8 คดี ด้านแกนนำชาวบ้านคือ สุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ ได้เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดเลยและได้นัดพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดในเช้าวันเดียวกัน ก่อนที่บริษัทจะส่งทนายความไปยื่นถอนฟ้อง พร้อมลงลายมือชื่อเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด 

                             เวลาเที่ยงตรง รถขนแร่ ทั้งรถบรรทุก รถตู้คอนเทนเนอร์ ได้เดินหน้าขนแร่ออกจากเหมืองกว่า 60 เที่ยว โดยมีสายตาชาวบ้านจับจ้องตลอดเวลา รถคันแรกที่ขนแร่ออกมาปรากฏว่าไม่สามารถขับขึ้นเนินบริเวณทางออกเหมืองได้ ต้องลุ้นกันหลายรอบ จนต้องเปลี่ยนถ่ายรถอีก 3 คัน จึงสามารถขนแร่เที่ยวแรกออกจากเหมืองไปได้ 

                             จุดนี้เองชาวบ้านบอกว่า เพราะปาฏิหาริย์ เหมือนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักคุ้มครองภูทับฟ้าไม่อยากให้ขนเอาทรัพย์สมบัติของชุมชนออกไปอยู่ที่อื่น ซึ่งแร่ที่มีการขนออกไปทั้งหมด 2 วัน ประกอบด้วยแร่เงิน แร่ทอง แร่ทองแดง รวมทั้งสิ้นกว่า 1,600 ตันเลยทีเดียว 

                             สุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มรักษ์บ้านเกิด บอกว่า แม้จะเปิดทางให้บริษัทขนแร่ออกจากเหมืองทองได้ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ทำเอาไว้ร่วมกัน แต่จากนี้ไปชาวบ้านก็จะเดินหน้าในแนวทางที่เคยประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้คือยังมีจุดยืนเหมือนเดิมในเรื่อง ปิดเหมืองฟื้นฟู เพราะชาวบ้านมีแนวคิดว่าจุดตั้งเหมืองทองไม่เหมาะสม เพราะเป็นพื้นที่ต้นน้ำโดยเหมืองตั้งอยู่บนภูเขาสูง ชาวบ้านต้องคัดค้านตามขบวนการของกฎหมาย ส่วนการปนเปื้อนของสารเคมีก็ต้องมีการพิสูจน์และชาวบ้านก็จะต้องเกาะติดกับเรื่องนี้ต่อไป 

                             "ชาวบ้านยังยืนยันสิทธิอยู่ ในเรื่องของสิทธิชุมชน เรื่องที่ต้องรักษาภูเขาและทรัพยากรธรรมชาติไว้ และการเดินหน้าขอสัมปทานของนายทุนอีกแปลงที่ 104 บริเวณภูเหล็ก ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง และบ้านหัวนาคำ ต.นาโป่ง อ.เมืองเลย ที่ทางกลุ่มรักษ์บ้านเกิดเคยเคลื่อนไหวและคัดค้านมาแล้วทั้ง 2 แปลง ทางกลุ่มก็ยังคงจะเดินหน้าติดตามอยู่ หากจะเปิดเหมืองขึ้นมาอีกก็จะต่อสู้ตามหลักประชาธิปไตยโดยยึดหลักความเหมาะสมเป็นที่ตั้ง" สุรพันธ์ กล่าวย้ำ 

                             สอดคล้องกับ พรรณทิพย์ หงชัย ชาวบ้านกลุ่มรักษ์บ้านเกิดอีกคน ระบุว่า การต่อสู้ที่ผ่านมาชาวบ้านยอมสู้ ไม่ยอมถอย เพราะอยากจะรักษาทรัพยากรของบ้านเกิดเอาไว้ให้ลูกหลาน แต่ก็มีสมาชิกหลายคนที่เหนื่อย ท้อ กับการวิ่งขึ้นโรง ขึ้นศาล หลังจากถูกเหมืองฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เมื่อพอมีทางออกร่วมกัน ชาวบ้านเลยตัดสินใจที่จะร่วมลงบันทึกในข้อตกลงเพื่อจะได้แก้ปัญหาอีกเปลาะหนึ่ง 

                             "หากอนาคตมีการเดินหน้าขอสัมปทานอีก ชาวบ้านก็จะต้องสู้อีก เพราะอยากให้นายทุนและบริษัทพร้อมทั้งรัฐรู้ว่า ชาวบ้านรักษ์บ้านเกิด หวงแหนทรัพยากร และผลประโยชน์ที่นายทุนได้ รัฐได้ ชาวบ้านไม่ได้อะไร มีแต่เสีย เสียข้าว เสียน้ำ เสียทรัพยากรที่มีอยู่ หากเดือดร้อนก็จะต้องเดินหน้าสู้กันอีก" พรรณทิพย์ ย้ำจุดยืนการต่อสู้ 

                             ...ปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนานได้ยุติลง แม้อาจจะเป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่สุด และถือเป็นผลงานของผู้ว่าราชการจังหวัดเลยและเจ้าหน้าที่ทหารจังหวัดทหารบก ที่ร่วมดำเนินการ "คืนความสุข" และนำความปรองดองมาสู่วังสะพุงอีกครั้ง 

                             แต่หากศึกครั้งใหม่ปะทุขึ้นอีก ชาวบ้านก็บอกว่า "พร้อมลุกขึ้นสู้อีกครั้ง" หากทรัพยากรของพวกเขา..ถูกแย่งไปโดยไม่เป็นธรรม !

---------------------------

(ปิดฉากมหากาพย์เหมืองทองเมืองเลย ชาวบ้าน-รัฐ-นายทุนยอมปรองดอง : โดย...สุมาลี สุวรรณกร / บุญชู ศรีไตรภพ)


---Advertisement---