728x90 AdSpace

---Advertisement---
You are here: Home / , อพท. จัดประชุมสัมมนาสรุปผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย

อพท. จัดประชุมสัมมนาสรุปผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย


อพท. จัดประชุมสัมมนาสรุปผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย
องค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ ) อพท. จัดประชุมสัมมนาสรุปผลการศึกษาความเป็นไปในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จังหวัดเลย (ครั้งที่ 3) ณ ห้องประชุมชัยพฤกษ์ โรงแรมเลยพาเลซ อำเภอเมือง จังหวัดเลย โดยมีนายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดการประชุม ผลสรุปของความเหมาะสมทางวิศวกรรม แนวเส้นทางกระเช้าไฟฟ้ามีสถานีขาขึ้นอยู่ห่างจากศูนย์บริการศรีฐาน ออกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้มุมมองไม่รบกวนภูมิทัศน์อันสวยงามของภูกระดึง ไม่รบกวนกิจกรรมของนักท่องเที่ยวที่ใช้ทางเดินเท้า และอยู่ในระยะที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่นโดยรอบ

ระยะทางของกระเช้ารวม 4.4 กิโลเมตร ขึ้นสู่สถานีด้านบนที่ห่างจากหลังแป ราว 300 เมตร ในเขตบริการท่องเที่ยวตามแผนการจัดการอุทยาน มีเสาเพียง 7 ต้น รูปแบบระบบกระเช้าไฟฟ้า แบบ Mono Cable Detachable Gondola – MDG (8 ที่นั่ง) กำหนดวิธีการก่อสร้างโดยการประกอบนอกพื้นที่ป่าไม้ และขนส่งเพื่อการติดตั้งทางอากาศ โดยไม่มีการตัดต้นไม้ใหญ่ตลอดตามพื้นที่ก่อสร้างสถานีและแนวเคเบิ้ล ทำให้มีผลกระทบน้อยมากต่อพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งทำให้โครงการมีความเหมาะสมมากขึ้นแตกต่างจากการศึกษาในอดีต

การศึกษาครั้งนี้มีศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ บริษัท แกรนด์เทค จำกัด และบริษัท ไทยซิสเทมเอนไว แอนด์ เอนจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วิศวกรรม การจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์รูปแบบโครงการที่เหมาะสม รูปแบบการลงทุน และจัดทำแผนการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ รวมถึงดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน มีการประชุมย่อยสำหรับผู้นำชุมชนและหน่วยงานทั้ง 14 อำเภอของจังหวัดเลย ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละมากกว่า 85 ของชาวจังหวัดเลยมีความเห็นสนับสนุนโครงการนี้

การดำเนินงานต่อจากนี้ องค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) จะส่งรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบในรายงานฯ ก็จะเป็นการนำเข้าสู่การพิจารณาและตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีต่อไป

แหล่งที่มา : สวท.เลย


---Advertisement---